ผ่าขุมกำลัง ‘แมนฯ ซิตี้’ 2026-27: ยุคใหม่ ‘มาเรสก้า’ ต้องเสริมทัพจุดไหนเพื่อทวงบัลลังก์? – BK8
ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่กำลังเกิดขึ้นในฝั่งสีฟ้าของเมืองแมนเชสเตอร์ เสาหลักแห่งความสำเร็จตลอด 10 ฤดูกาลที่ผ่านมาอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ก้าวลงจากตำแหน่งผู้จัดการทีม และเป็นหนึ่งในลูกศิษย์ก้นกุฏิอย่าง เอ็นโซ่ มาเรสก้า ที่ถูกเลือกให้เข้ามารับไม้ต่อ
มาเรสก้า รับมรดกเป็นขุมกำลังที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ แต่กลับพลาดเป้าในพรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว (ทำแต้มหล่นจากสถานการณ์นำถึง 20 คะแนน และเก็บแต้มจากการถูกนำได้เพียง 5 คะแนน) แน่นอนว่าความคาดหวังในฤดูกาล 2026-27 ยังคงสูงลิ่ว เป้าหมายของพวกเขาคือการกลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ให้ได้อีกครั้ง
คำถามคือ ฮูโก้ วิอาน่า ผู้อำนวยการกีฬา จำเป็นต้องเสริมทัพในจุดไหนบ้าง? เรามาเจาะลึกกันทีละตำแหน่ง
ผู้รักษาประตูและแนวรับ
เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ขุมกำลังผู้รักษาประตูของซิตี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก
- จานลุยจิ ดอนนารุมม่า มีเปอร์เซ็นต์เซฟสูงสุดในพรีเมียร์ลีกถึง 72.1%
- เจมส์ แทรฟฟอร์ด ก็ทำผลงานได้ดีในบอลถ้วย แต่ล่าสุดมีข่าวเตรียมย้ายไป ลีดส์ ยูไนเต็ด เพื่อโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น
นั่นหมายความว่า ซิตี้จะเหลือแค่ดอนนารุมม่าและ มาร์คัส เบตติเนลลี่ (มือสาม) ดังนั้น การเซ็นสัญญานายทวารคนใหม่เข้ามาซัพพอร์ตถือเป็นเรื่องจำเป็นต้อเร่งด่วน
สำหรับแผงหลัง จุดที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือ แบ็กขวา มาเธอุส นูเนส ทำผลงานได้ดีอย่างเหลือเชื่อในบทบาทใหม่นี้ (สัมผัสบอลและแทคเกิลมากที่สุดในทีม) แต่เขาไม่สามารถลงเล่นได้ทุกนาที ขณะที่ ริโก้ ลูอิส ในวัย 21 ปี ฟอร์มตกลงไปอย่างเห็นได้ชัด แม้มาเรสก้าอาจจะให้โอกาสเขาแก้ตัว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะใช้ปราการหลังตัวกลางอย่าง อับดูโคเดียร์ คูซานอฟ ขยับมาเล่นขัดตาทัพ
ในทางกลับกัน แบ็กซ้าย ที่เคยเป็นจุดอ่อน ตอนนี้กลับกลายเป็นจุดแข็ง นิโก้ โอเรลลีย์ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลแรกกับทีมชุดใหญ่ โดยมี รายาน เอต-นูริ และ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล (เพิ่งต่อสัญญาใหม่) คอยซัพพอร์ต ส่วน เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ นั้นแน่นปึ้ก แทบไม่ต้องเสริมใครเพิ่ม นำโดย มาร์ค เกฮี, รูเบน ดิอาส, คูซานอฟ และ วิกเตอร์ เรส
แดนกลาง
บิ๊กดีลในแดนกลางเกิดขึ้นแล้ว ด้วยการทุ่มสถิติสโมสร 116 ล้านปอนด์ คว้าตัว เอลเลียต แอนเดอร์สัน กองกลางทีมชาติอังกฤษเข้ามาแทนที่ แบร์นาร์โด้ ซิลวา เพื่อเพิ่มความดุดันในการตัดบอล
แต่กองกลางคนอื่นๆ ยังมีเครื่องหมายคำถาม:
- โรดรี้: เพิ่งพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกพร้อมรางวัลโกลเด้นบอล แต่เพิ่งเข้ารับการผ่าตัดหลังและต้องพักฟื้น แถมยังมีข่าวว่า เรอัล มาดริด กำลังตามจีบอย่างหนัก
- นิโก้ กอนซาเลซ: สถิติเกมรับดีเยี่ยม แต่ต้องเพิ่มความอันตรายในเกมรุกให้ได้เหมือนสมัยอยู่กับ ปอร์โต้
- มาเตโอ โควาซิช: พลาดลงสนามไปมากเมื่อปีก่อนเพราะอาการบาดเจ็บ แต่ยังคงเป็นกองกลางที่จ่ายบอลแม่นยำที่สุดคนหนึ่ง คาดว่าเขาจะได้อยู่ช่วยทีมต่อไปด้วยประสบการณ์ที่ล้นเหลือ
- ทิจจานี่ ไรจ์นเดอร์ส: เปิดตัวสวยหรูแต่ฟอร์มค่อยๆ แผ่วลง อาจถูกดันไปเล่นตำแหน่งเบอร์ 10 แต่ก็ต้องแย่งชิงกับ รายาน แชร์กี้ และ ฟิล โฟเด้น
ด้วยความไม่แน่นอนเหล่านี้ วิอาน่าอาจต้องพิจารณาหากองกลางตัวใหม่เข้ามาเสริมทัพเผื่อไว้ในกรณีฉุกเฉิน
แนวรุกและปีก
แม้ผู้เล่นตัวจริงจะคุณภาพคับแก้ว แต่ขุมกำลังสำรองยังดูขาดความลึก
- เจเรมี่ โดกู และ รายาน แชร์กี้ ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะแชร์กี้ที่สร้างสรรค์โอกาสได้เป็นกอบเป็นกำ
- อองตวน เซเมนโย่ จบฤดูกาลด้วยการเป็นดาวซัลโวอันดับสองของทีมในลีก (7 ประตู)
- ฟิล โฟเด้น เพิ่งต่อสัญญาถึงปี 2030 และตั้งเป้าจะยึดตำแหน่งเพลย์เมกเกอร์เบอร์ 10 ภายใต้การคุมทีมของมาเรสก้า
อย่างไรก็ตาม ผู้เล่นในกำลังสำรองยังฝากผีฝากไข้ไม่ได้มากนัก ซาวินโญ่ ฟอร์มตกและแสดงความต้องการอยากย้ายทีม ส่วน แจ็ค กรีลิช เจ้าของค่าตัว 100 ล้านปอนด์ ที่เพิ่งกลับมาจากการยืมตัวที่เอฟเวอร์ตัน ก็ยังบาดเจ็บเรื้อรังที่เท้าจนไม่มีชื่อในทัวร์ปรีซีซั่น ทำให้เขาอาจไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ตัวเองกับกุนซือใหม่
แม้จะมีดาวรุ่งอย่าง ดิวาย มูคาซ่า, เจเรมี่ ม็องก้า และ เคลาดิโอ เอเชเวร์รี่ รอสอดแทรก แต่ซิตี้ยังคงต้องการ แนวรุกระดับท็อปอีกอย่างน้อยหนึ่งคน เพื่อรักษาระดับการแข่งขัน
กองหน้าตัวเป้า
นี่คือตำแหน่งที่ประเมินง่ายที่สุด… เมื่อ เออร์ลิง ฮาลันด์ ฟิต เขาคือตัวจริง ดาวยิงชาวนอร์เวย์มีสถิติมีส่วนร่วมกับประตูสูงสุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลก่อนอย่างไร้ข้อกังขา
ส่วนกองหน้าสำรองอย่าง โอมาร์ มาร์มูช ฟอร์มตกลงไปอย่างน่าใจหาย เขาดูจะรับมือกับความกดดันในการต้องนั่งสำรองบ่อยครั้งไม่ได้ และยังทำผลงานได้น่าผิดหวังในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา แต่ข้อดีเพียงอย่างเดียวของเขาคือ ซิตี้มีฮาลันด์อยู่แล้ว ทำให้สโมสรอาจไม่ได้เร่งรีบที่จะหาศูนย์หน้าคนใหม่ และพร้อมให้โอกาสมาร์มูชพิสูจน์ตัวเองในฐานะตัวสำรองต่อไปอีกหนึ่งฤดูกาล