‘คลื่นลมบนยอดภูเขาไฟ’: ยูฟ่าเปิดศึกประชุมด่วนวันนี้ ส่องแคนดิเดตท้าชิงเก้าอี้ประธานฟีฟ่าจาก ‘อินฟานติโน่’ – BK8
ในโลกของฟุตบอลอาชีพ เกมการแข่งขันที่ดุเดือดที่สุดอาจไม่ได้เกิดขึ้นบนผืนหญ้าเสมอไป… ทว่าเกิดขึ้นในห้องประชุมติดแอร์ที่เต็มไปด้วยบุคลากรระดับบิ๊กของวงการ และวันนี้ (30 กรกฎาคม) แรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้ง
รายงานด่วนจาก เบน เจคอบส์ (Ben Jacobs) ผู้สื่อข่าวสายกีฬาชื่อดังระบุว่า สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า (UEFA) ได้นัดประชุมฉุกเฉินขึ้นในวันนี้ โดยมีวาระสำคัญในการพูดคุยถึงการจัดหา “คู่แข่งคนใหม่” ที่มีศักยภาพพอจะลงสนามท้าชิงตำแหน่งประธานสหพันธ์ฟุตบอลสากล หรือ ฟีฟ่า (FIFA) ในการเลือกตั้งวาระถัดไป เพื่อคานอำนาจกับ จานนี่ อินฟานติโน่ ประธานฟีฟ่าคนปัจจุบัน
‘นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่’ ตัวเต็งที่หลายฝ่ายต้องการ
ท่ามกลางการแสวงหาผู้นำคนใหม่ มีรายงานว่าสมาคมฟุตบอลหลายแห่งในยุโรปต่างให้การสนับสนุนและอยากดัน นาสเซอร์ อัล-เคไลฟี่ ประธานสโมสร ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และประธานสมาคมสโมสรยุโรป (ECA) ขึ้นมาเป็นตัวแทนในการสู้ศึกครั้งนี้
บารมีในวงการธุรกิจกีฬา ทรัพยากร และคอนเนกชันอันกว้างขวางของ มหาเศรษฐีชาวกาตาร์รายนี้ ทำให้เขากลายเป็นตัวเลือกที่ดูมีน้ำหนักที่สุดในสายตาของผู้ที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงในองค์กรฟุตบอลโลก
“ผมไม่มีความทะเยอทะยานนั้น”
อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ในเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่เสียงสนับสนุน… แต่อยู่ที่ “ตัวของแคนดิเดตเอง”
อัล-เคไลฟี่ ยืนยันอย่างชัดเจนและเด็ดขาดมาตลอดว่า เขา “ไม่มีความทะเยอทะยาน” ที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานฟีฟ่าเลยแม้แต่น้อย โดยเจ้าตัวมองว่าตำแหน่งและภาระหน้าที่ในปัจจุบัน ทั้งการบริหารเปแอสเชและ ECA นั้นหนักหนาและลงตัวอยู่แล้ว
ทว่า ทางกลุ่มสมาคมฟุตบอลที่ต้องการความเปลี่ยนแปลงยังคงไม่ยอมแพ้ การประชุมฉุกเฉินในวันนี้จึงเน้นไปที่การหารือกลยุทธ์เพื่อ “หว่านล้อม” และโน้มน้าวใจให้ อัล-เคไลฟี่ ยอมเปลี่ยนความคิด และก้าวขึ้นมารับบทบาทผู้นำในการปฏิรูปฟุตบอลโลก
สมรภูมิแห่งอำนาจที่ต้องจับตา
การเคลื่อนไหวของยูฟ่าในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงรอยร้าวและความขัดแย้งเชิงนโยบายระหว่างองค์กรปกครองฟุตบอลยุโรปและฟีฟ่าที่สะสมมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปฏิทินการแข่งขันที่อัดแน่น รายการใหม่อย่างสโมสรโลก (Club World Cup) หรือนโยบายส่วนแบ่งการตลาด
หากการประชุมวันนี้สามารถโน้มน้าว อัล-เคไลฟี่ หรือเฟ้นหาแคนดิเดตคนใหม่ที่มีบารมีทัดเทียมขึ้นมาได้สำเร็จ ศึกการเลือกตั้งประธานฟีฟ่าครั้งหน้า จะกลายเป็นหนึ่งในทัวร์นาเมนต์การเมืองลูกหนังที่เดือดที่สุดในประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน