สัมภาษณ์พิเศษ: ‘โคล พาลเมอร์’ เปิดใจชวดลุยบอลโลก, วิจารณ์บอลยุคใหม่สุดน่าเบื่อ พร้อมเล่าธุรกิจน้ำแข็ง ‘Cole’d’

‘ผมรู้ดีว่าผมให้อะไรกับทีมได้บ้าง’: โคล พาลเมอร์ เปิดใจเหตุชวดบอลโลก พร้อมสะท้อนมุมมองฟุตบอลยุค ‘หุ่นยนต์’BK8

อุณหภูมิภายนอกพุ่งสูงถึง 35°C ในเกมที่อังกฤษดวลกับดีอาร์ คองโก แม้สนามแอตแลนตา สเตเดียม จะมีหลังคาและเครื่องปรับอากาศ แต่ทีมของ โธมัส ทูเคิ่ล กลับดูเหมือนจะถูกความร้อนเล่นงานจนเหงื่อตก ก่อนที่ แฮร์รี่ เคน จะมาร่ายเวทมนตร์เหมาสองประตูช่วยชีวิตเอาไว้… ในช่วงเวลาที่ตึงเครียดและร้อนระอุ หลายคนอดคิดไม่ได้ว่า อังกฤษกำลังต้องการใครสักคนที่เล่นด้วยความ “เยือกเย็น” (Cold) มากกว่านี้

ใครสักคนอย่าง โคล พาลเมอร์

แม้จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมกับเชลซี แต่พาลเมอร์กลับหลุดโผทีมชาติอังกฤษชุดลุยฟุตบอลโลก 2026 อย่างพลิกความคาดหมาย ล่าสุด ดาวเตะตัวเก่งได้ออกมาเปิดใจถึงช่วงเวลาพักร้อนของเขา มุมมองต่อฟุตบอลสมัยใหม่ และหัวการค้าที่ทำให้เขากลายเป็นเจ้าของแบรนด์น้ำแข็งสุดแหวกแนว

วันหยุดที่ขาดหาย และการเฝ้ามองอังกฤษผ่านหน้าจอ

ขณะที่เพื่อนร่วมชาติกำลังฟาดแข้ง พาลเมอร์ใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่อิบิซา ตุรกี และตอนใต้ของฝรั่งเศส นี่คือ “ซัมเมอร์แรก” ที่เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

“ผมดูเกมอยู่บ้างเวลาที่ว่างครับ แน่นอนว่าผมอยากไปอยู่ที่นั่น นักฟุตบอลทุกคนล้วนอยากเล่นฟุตบอลโลก แต่มันเป็นการตัดสินใจที่ผมเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมแค่พยายามเพลิดเพลินกับวันหยุดซัมเมอร์ของผม” พาลเมอร์ กล่าว

เมื่อถูกถามถึงเสียงเรียกร้องจากแฟนบอลที่มองว่าทีมชาติอังกฤษขาดแคลนนักเตะสไตล์เขา พาลเมอร์ตอบกลับด้วยความมั่นใจว่า “แน่นอนว่ามันรู้สึกดีที่ได้ยินแบบนั้น ผมรู้ดีว่าผมสามารถให้อะไรกับทีมได้บ้าง… บางสิ่งที่ ‘แตกต่าง’ ไปจากที่ผู้จัดการทีมเลือกไป แต่ก็นั่นแหละ ผมขอให้ทุกคนโชคดีครับ”

ฟุตบอลยุค ‘หุ่นยนต์’ และศิลปะที่หายไป

สไตล์การเล่นที่ดูลื่นไหล คาดเดาไม่ได้ และเต็มไปด้วยเทคนิคหลอกล่อของพาลเมอร์ มีจุดเริ่มต้นมาจากสวนสาธารณะในเมืองแมนเชสเตอร์ ด้วยความที่ตัวเล็กกว่าเพื่อนในวัยเด็ก เขาจึงต้องใช้การเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อเอาตัวรอด

แต่พาลเมอร์ยอมรับว่า ฟุตบอลสมัยใหม่กำลังทำลายศิลปะเหล่านี้ไป

“ฟุตบอลเปลี่ยนไปแล้ว มันกลายเป็นหุ่นยนต์มากขึ้น ถ้าผู้เล่นเริ่มทำอะไรที่สร้างสรรค์หรือแค่เล่นให้สนุก ผู้จัดการทีมฝ่ายตรงข้าม หรือแม้แต่ผู้จัดการทีมของคุณเองอาจจะไม่ชอบใจ”

เขาเล่าย้อนถึงวีรกรรมสมัยเล่นให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชุดยู-21 “ตอนนั้นเรานำเอฟเวอร์ตันอยู่ 4-0 ผมพยายามทำ ‘เรนโบว์ ฟลิก’ (กระดกบอลข้ามหัว) ตรงมุมธง ผมไม่ได้เสียบอลนะ แต่เป๊ป (กวาร์ดิโอล่า) และ ซิกิ (เบกิริสไตน์) อยู่ที่นั่นด้วย วันต่อมาผมโดนสวดยับเลย ผมเข้าใจมุมมองของพวกเขานะ แต่ก็นั่นแหละ… มันคือเหตุผลที่เราเล่นฟุตบอลไม่ใช่เหรอ เราอยากสร้างความบันเทิง”

‘ผมคือกองหลังดวลเดี่ยวที่เก่งที่สุดในลีก’

แม้จะเกิดมาเพื่อเป็นแนวรุก แต่พาลเมอร์เผยความลับพร้อมเสียงหัวเราะว่า เขาเคยเล่นแบ็กซ้ายสมัยอยู่แมนฯ ซิตี้ ชุดยู-10

“ผมเล่นเหมือน มาร์เซโล่ เลยนะ สาบานได้! ผมคือตัวรับแบบดวลเดี่ยวตัวต่อตัวที่เก่งที่สุดในลีก (ในหมู่ผู้เล่นตัวรุก) ไม่มีแนวรุกคนไหนผ่านผมได้หรอก ไปถาม เฌเรมี่ โดกู ดูสิ เขาผ่านผมไม่ได้แน่”

“แบ็กซ้ายมันเล่นง่ายจะตาย ตำแหน่งไหนในเกมรับก็ง่ายทั้งนั้น คุณแค่ยืนอยู่ฝั่งขวาหรือซ้าย แล้วมองเห็นทั้งสนาม นั่นแหละเหตุผลที่พวกเขาได้ค่าเหนื่อยน้อยที่สุดไง… ผมล้อเล่นนะ!” พาลเมอร์ ปล่อยมุก

‘Cold Palmer’: จากพ่อค้าขนม สู่เจ้าของแบรนด์น้ำแข็ง

นอกจากฝีเท้าแล้ว พาลเมอร์ยังมีหัวคิดทางธุรกิจที่เกินวัย ล่าสุดเขาได้เปิดตัวแบรนด์น้ำแข็งพรีเมียมของตัวเองในชื่อ ‘Cole’d’ (โคลด์) ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากฉายาและท่าดีใจของเขา โดยมีทั้งน้ำแข็งรูปฟุตบอลและน้ำแข็งอิเล็กโทรไลต์ ซึ่งขายหมดเกลี้ยงถึงสองรอบในสัปดาห์แรกที่เปิดตัว

ความหัวใสนี้ไม่ได้เพิ่งมี เขาเล่าถึงวีรกรรมสมัยเด็กว่า “ที่โรงเรียนผมเคยขายขนมและเครื่องดื่มเกลือแร่เพื่อหาค่าขนม ผมไปซื้อมาตุนไว้แล้วเอามาขายต่อ… อยากรู้ไหมว่าผมเป็นนักธุรกิจที่เก่งแค่ไหน? วันไหนที่อากาศร้อนจัด ผมจะเอาเครื่องดื่มไปแช่แข็งให้มันกลายเป็นสลัชชี่ (เกล็ดน้ำแข็ง) แล้วอัปราคาขึ้นเป็น 1.50 ปอนด์ ผมจะบอกเพื่อนว่า ‘อากาศร้อนๆ แบบนี้ อยากได้ของเย็นๆ ไหม 1.50 ปอนด์นะ ถ้าไม่เอา ก็เอาขวดอุณหภูมิปกติไป 1 ปอนด์'”

เงินที่ได้มา เขาเก็บออมเป็นอย่างดี พาลเมอร์ยอมรับว่าเขาชอบซื้อรถและนาฬิกา มากกว่าการซื้อเสื้อผ้าฟุ่มเฟือย แต่เมื่อถูกถามว่าของที่แพงและหรูหราที่สุดที่เขามีคืออะไร ดาวเตะสิงห์บลูส์ตอบกลับด้วยไหวพริบว่า…

“จะให้ผมบอกคุณเหรอ? เดี๋ยวผมก็โดนปล้นกันพอดี”