เปิดปรัชญา ‘ไยสเซิ่ล’ ว่าที่กุนซือใหม่นิวคาสเซิ่ล เผยซึมซับวิชาจาก ‘คล็อปป์-ทูเคิ่ล’ เตรียมปลุกชีพสาลิกาดง

‘สายเลือดใหม่แห่งเซนต์ เจมส์ พาร์ค’: เจาะลึกปรัชญาฟุตบอล ‘ไยสเซิ่ล’ ผู้สืบทอดจิตวิญญาณยอดกุนซือBK8

เมื่อความผูกพันเดินทางมาถึงทางแยก… การประกาศอำลาตำแหน่งสายฟ้าแลบของ เอ็ดดี้ ฮาว ได้ทิ้งความเงียบงันไว้ในถิ่น เซนต์ เจมส์ พาร์ค แหล่งข่าวระบุว่าการจากลาครั้งนี้จบลงด้วยความเข้าใจของทั้งสองฝ่าย โดยมีปัจจัยสำคัญคือนโยบายการขายแกนหลักอย่าง แอนโทนี่ กอร์ดอน, ซานโดร โตนาลี่ และอนาคตที่ไม่แน่นอนของ บรูโน่ กิมาไรส์

แต่ชีวิตต้องเดินหน้าต่อไป และ “ทัพสาลิกาดง” ก็ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า พวกเขากำลังเตรียมนับหนึ่งใหม่กับ มัทธีอัส ไยสเซิ่ล กุนซือหนุ่มวัย 38 ปี จาก อัล-อาห์ลี ที่เตรียมเข้ามารับไม้ต่อก่อนพาทีมบินไปเก็บตัวที่ประเทศสเปน

คำถามที่แฟนบอลอยากรู้มากที่สุดคือ… ฟุตบอลในแบบฉบับของชายคนนี้ มีหน้าตาเป็นอย่างไร?

ดีเอ็นเอแห่งความดุดัน: สายเลือด ‘เรดบูลล์’

ในการสัมภาษณ์พิเศษกับ GIVEMESPORT ไยสเซิ่ลได้เผยให้เห็นถึงตัวตนและศาสตร์ลูกหนังที่ฝังรากลึกอยู่ในหัวใจของเขา ฟุตบอลของเขาไม่ใช่แค่การต่อสู้เพื่อผลการแข่งขัน แต่มันคือการแสดงออกถึงพลังงานและความมุ่งมั่น

“ด้วยอดีตของผมที่เคยอยู่กับทั้ง ซัลซ์บวร์ก และ ไลป์ซิก ผมมีเอกลักษณ์นี้ฝังอยู่ในสายเลือด นั่นคือการสร้างความกดดันให้คู่แข่งในพื้นที่ที่สูงที่สุดเท่าที่จะทำได้” ไยสเซิ่ล อธิบายด้วยแววตาแห่งความมุ่งมั่น

“ผมอยากให้ทีมของผมเล่นด้วยความดุดันและเข้มข้นที่สุด และผมต้องการได้ประตูจากการเปลี่ยนจังหวะเกมรุก (Offensive transitions)”

นอกจากความดุดันแล้ว เขายังเข้าใจถึงความสำคัญของ “ความยืดหยุ่น” เมื่อต้องเจอกับทีมที่เน้นตั้งรับลึก (Low block) หรือที่เรียกกันว่า “จอดรถบัส” เขาเชื่อว่าทีมต้องรู้จักใช้ความสมดุลระหว่าง ‘ความคิดสร้างสรรค์’ และ ‘ระเบียบวินัย’ เพื่อสร้างโอกาสโดยไม่สูญเสียโครงสร้างของทีม

ระบบการเล่นของเขาไม่ใช่สิ่งที่ตายตัว สมัยอยู่ ซัลซ์บวร์ก เขาใช้ระบบ 4-4-2 แบบมีไดมอนด์แดนกลาง แต่ที่ อัล-อาห์ลี เขาปรับมาใช้ 4-2-3-1… สำหรับไยสเซิ่ล ฟอร์เมชั่นคือความลื่นไหลที่ต้องปรับเปลี่ยนให้เข้ากับทรัพยากรที่มี โดยไม่ละทิ้งจิตวิญญาณและหลักการของตัวเอง

ซึมซับศาสตร์ลูกหนังจากสุดยอดปรมาจารย์

แม้จะเพิ่งเริ่มต้นเส้นทางกุนซือได้ไม่นาน แต่ไยสเซิ่ลเติบโตมาจากการโอบอุ้มและแรงบันดาลใจจากเหล่ายอดกุนซือระดับโลก เขาไม่เคยมองว่าตัวเองต้องลอกเลียนแบบใคร แต่เขาคือ “ฟองน้ำ” ที่คอยซึมซับสิ่งที่ดีที่สุดจากทุกคน

“ผมพยายามเป็นโค้ชในแบบฉบับของตัวเองเสมอ แต่แน่นอนว่าผมได้รับอิทธิพลมาจากหลายคน ราล์ฟ รังนิก มีส่วนสำคัญมากในการพัฒนาความคิดของผม เพราะผมเป็นลูกทีมของเขามาเกือบตลอดอาชีพค้าแข้ง และในวัยเด็ก ผมเคยร่วมงานกับ โธมัส ทูเคิ่ล ผมจึงเฝ้าติดตามหลักการทำงานของเขามาตลอด”

และสำหรับสไตล์ฟุตบอลที่เน้นการบีบพื้นที่และเปลี่ยนผ่านเกมรุกอย่างรวดเร็ว เขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมชายที่สร้างความยิ่งใหญ่ในถิ่นแอนฟิลด์

“แล้วก็มี เจอร์เก้น คล็อปป์… ผมมักจะศึกษาจังหวะ ทรานซิชั่น (การเปลี่ยนจังหวะเกม) ที่เขานำมาใช้กับ ลิเวอร์พูล เสมอ”

“ส่วนในเรื่องของการครองบอล ผมชอบวิธีที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า สร้างโครงสร้างและความสมดุล นอกจากนี้ยังมีรูปแบบการเซ็ตบอลจากแดนหลังของ โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ ที่น่าเรียนรู้อีกมาก… มันไม่ใช่การลอกเลียนแบบครับ แต่มันคือการได้รับแรงบันดาลใจจากพวกเขา”

ฟุตบอลคือศิลปะที่ไม่มีวันหยุดนิ่ง และ มัทธีอัส ไยสเซิ่ล คือศิลปินหนุ่มที่กำลังจะนำจานสีแห่งแรงบันดาลใจจากยอดกุนซือระดับโลก มาวาดลวดลายบนผืนหญ้าที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค

การเปลี่ยนแปลงอาจน่ากลัว แต่บางครั้ง… สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นสิ่งเดียวที่พัดพาเราไปสู่วันรุ่งขึ้นที่สดใสกว่าเดิม