‘มาครง’ ออกโรงป้อง ‘เอ็มบัปเป้’ สวนกลับ สว.ปารากวัย ประเด็นเหยียดเชื้อชาติรุนแรง!

‘ศักดิ์ศรีเหนือคำเหยียดหยาม’: ฝรั่งเศสเดือด! ‘มาครง’ หนุน ‘เอ็มบัปเป้’ ตอกกลับ สว.ปารากวัย ปมเหยียดเชื้อชาติBK8

ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย ระหว่าง ฝรั่งเศส และ ปารากวัย จบลงด้วยชัยชนะอันตึงเครียดของทัพ “ตราไก่” จากประตูชัยเพียงลูกเดียวของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ทว่าสงครามนอกสนามกลับเพิ่งเริ่มต้นขึ้น และลุกลามบานปลายกลายเป็นประเด็นระดับชาติที่สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฝรั่งเศส

เมื่อประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ต้องออกโรงร่วมประสานเสียงกับประชาชนชาวฝรั่งเศส เพื่อปกป้องกัปตันทีมชาติของพวกเขา จากการถูกเหยียดเชื้อชาติอย่างรุนแรงโดย เซเลสเต้ อามาริญ่า วุฒิสมาชิกหญิงของปารากวัย

ถ้อยคำที่ล้ำเส้น สู่การตอบโต้ของ ‘กัปตันตราไก่’

ชนวนเหตุแห่งความเดือดดาลเริ่มต้นขึ้นเมื่อ อามาริญ่า ตัวแทนจากพรรค Authentic Radical Liberal โพสต์ระบายอารมณ์ผ่านโซเชียลมีเดียหลังทีมชาติตัวเองตกรอบ โดยพุ่งเป้าโจมตีดาวยิงสูงสุดตลอดกาลของฝรั่งเศสด้วยถ้อยคำที่รุนแรง เธอตราหน้าเอ็มบัปเป้ว่าเป็นพวกป่าเถื่อน และใช้คำพูดเชิงเหยียดหยามอย่างหนักว่า “เป็นชาวแคเมอรูนหัวเมืองขึ้นที่แสร้งทำเป็นคนฝรั่งเศส ทั้งขี้แค้น เป็นเศรษฐีใหม่ จองหอง และอัปลักษณ์” อีกทั้งยังล้อเลียนสติปัญญา และเปรียบเปรยถึงลิงชิมแปนซีและลูกมะพร้าว

เอ็มบัปเป้ วัย 27 ปี ซึ่งเกิดในปารีส โดยมีคุณพ่อเป็นชาวแคเมอรูนและคุณแม่เชื้อสายแอลจีเรีย ไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ผ่านไป เขาตอบโต้กลับอย่างเผ็ดร้อน โดยเรียกพฤติกรรมของเธอว่าเป็น “ผู้หญิงที่น่ารังเกียจ”

“ด้วยความขาดความยั้งคิดและการเหยียดเชื้อชาติอย่างหน้าด้านๆ ของคุณ ทำให้คนทั้งโลกหลงลืมเส้นทางและความพยายามครั้งประวัติศาสตร์ที่นักเตะชาติตัวเองทำไว้ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ไปจนหมดสิ้น ทุกอย่างต้องหลีกทางให้กับผู้หญิงไร้ความสามารถ ที่สร้างภาพลักษณ์ที่เลวร้ายที่สุดให้กับประเทศของเธอเอง” เอ็มบัปเป้ กล่าว

‘มาครง’ หนุนหลัง และการขยับตัวของ FFF

ประเด็นนี้ร้อนแรงจนประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ต้องออกมาแสดงจุดยืนเคียงข้างซูเปอร์สตาร์ของชาติ โดยกล่าวยกย่องการตอบโต้ของเอ็มบัปเป้ว่า

“นี่คืออีกหนึ่งประตูของ คีเลียน เอ็มบัปเป้ แต่ครั้งนี้เป็นการทำประตูใส่การเหยียดเชื้อชาติ ผมขอสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ เมื่อใดก็ตามที่ถ้อยคำถูกใช้เพื่อแปดเปื้อน ค่านิยมของเราจะตอบโต้กลับด้วยศักดิ์ศรี ความเคารพ และภราดรภาพ”

ในขณะเดียวกัน สมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส (FFF) ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกแถลงการณ์เตรียมยื่นฟ้องร้องดำเนินคดีทางอาญาต่ออามาริญ่า สำหรับถ้อยคำที่พวกเขาเรียกขานว่า “ต่ำทรามและไม่อาจยอมรับได้” โดยเรียกร้องให้มีการดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

บทสรุปที่บิดเบี้ยว และรอยแผลในอดีต

เรื่องราวกลับตาลปัตรอย่างน่าเหลือเชื่อในคืนวันจันทร์ เมื่อ สว.อามาริญ่า ออกมาขู่ว่าจะฟ้องร้องเอ็มบัปเป้กลับในข้อหา “ความรุนแรงทางเพศสภาพ” (Gender-based violence) หากเขาไม่ยอมขอโทษสำหรับคำพูดของเขา!

เธอกล่าวอ้างว่า “โพสต์บนโซเชียลมีเดียของฉันถูกเขียนขึ้นในอารมณ์ชั่ววูบ เลือดผสมพื้นเมืองและสเปนในตัวฉันมันกำลังเดือดพล่าน” ก่อนจะเสริมว่า “ไม่นานหลังจากนั้น ฉันก็เสียใจที่ตอบโต้ด้วยคำด่าทอแบบเดียวกับที่ตัวฉันเองมักจะได้รับจากการเป็นคนลูกครึ่งและชาวลาติน่า”

ดราม่าการเหยียดเชื้อชาติในครั้งนี้ ได้ปลุกรอยแผลเก่าในสังคมฝรั่งเศสเกี่ยวกับความหลากหลายทางชาติพันธุ์ของทีม “เลส์ เบลอส์” (Les Bleus) ซึ่งนักเตะแกนหลักส่วนใหญ่มาจากครอบครัวผู้อพยพ ภาพจำในปี 1998 ที่ทีมชุดแชมป์โลกถูกยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของฝรั่งเศสแบบ “คนดำ-คนขาว-คนอาหรับ” (Black-Blanc-Beur) เคยถูก ฌอง-มารี เลอ แปน อดีตผู้นำขวาจัดโจมตีมาแล้วว่านักเตะเหล่านี้ “ดูไม่เหมือนคนฝรั่งเศส”

อย่างไรก็ตาม เอ็มมานูเอล เกรกัวร์ นายกเทศมนตรีกรุงปารีส ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงประเด็นนี้ไว้อย่างทรงพลังว่า “ทีมชาติฝรั่งเศสชุดนี้ คือภาพสะท้อนที่แท้จริงของประเทศฝรั่งเศส… และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ก็คือหนึ่งในตัวแทนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของชาติเรา”