‘รอยแผลที่ภูมิใจ และความอัดอั้นของซาก้า’: ทูเคิ่ลชี้แจงหลังอังกฤษทุบฝรั่งเศส ซิวที่ 3 ฟุตบอลโลก – BK8
หลังจากผ่านช่วงเวลา 72 ชั่วโมงที่เต็มไปด้วยรถไฟเหาะทางอารมณ์ โธมัส ทูเคิ่ล เฮดโค้ชทีมชาติอังกฤษ สามารถยิ้มออกได้อีกครั้ง เมื่อลูกทีมรวมพลังกันเด็ดปีก “ตราไก่” ฝรั่งเศส ไปแบบสุดมันส์ 6-4 คว้าเหรียญทองแดงฟุตบอลโลก 2026 มาครองได้สำเร็จ
แต่ถึงกระนั้น บาดแผลจากเสียงวิจารณ์ในเกมรอบรองชนะเลิศที่พ่ายแพ้ต่อ อาร์เจนตินา ก็ยังคงฝังลึกอยู่ในใจของกุนซือชาวเยอรมันรายนี้
“วิจารณ์กันเหมือนเราตกรอบแรก”
ระหว่างการฉลองเหรียญทองแดงที่ไมอามี ทูเคิ่ลได้สะท้อนความรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลที่ถาโถมเข้ามาหาเขาและทีม
“งานแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (หลังแพ้อาร์เจนตินา) บรรยากาศมันรุนแรงราวกับว่าเราตกรอบแบ่งกลุ่มโดยที่ไม่ชนะใครเลย พูดกันตามตรงนะ” ทูเคิ่ล เผย
“แต่ 24 ชั่วโมงต่อมา เรากลับสร้างความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 60 ปี (บนแผ่นดินต่างชาติ) ผมคิดว่าดราม่าเรื่องอาร์เจนตินามันถูกตีไข่ใส่สีจนเกินไป สิ่งที่ดีที่สุดที่เราทำได้คือการลงมือทำ เดินหน้าต่อ และคว้าชัยชนะนัดถัดมา เพราะการเอาแต่พูดมันไม่ได้ช่วยให้เราได้แต้มหรือได้เหรียญรางวัล”
แม้จะยอมรับว่าความเจ็บปวดจากการพลาดเข้าชิงจะกลายเป็น “รอยแผลเป็น” ที่ไม่มีวันหายไป แต่ทูเคิ่ลก็ยกย่องทัศนคติของนักเตะที่ต่อสู้กับทั้งความเหนื่อยล้า สภาพอากาศ และการเสียเปรียบวันพักที่น้อยกว่าคู่แข่ง จนสามารถปิดจ๊อบคว้าอันดับ 3 ได้สำเร็จ
สุนทรพจน์ปลุกใจจาก ‘เฮนเดอร์สัน’
เบื้องหลังชัยชนะเหนือฝรั่งเศส ทูเคิ่ลเปิดเผยว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สัน มิดฟิลด์จอมเก๋า ได้ลุกขึ้นพูดปลุกใจเพื่อนร่วมทีมก่อนเกม โดยยกเอาความผิดหวังที่เขาเคยพลาดลงเล่นในนัดชิงอันดับ 3 เมื่อปี 2018 (แพ้เบลเยียม) มาเป็นแรงผลักดัน
“มันเป็นคำพูดที่เต็มไปด้วยอารมณ์ เฮนโด้เตือนทุกคนว่านี่คือเกมฟุตบอลโลก เขาบอกว่าเขาพร้อมจะแลกทุกอย่างเพื่อที่จะได้ลงเล่นในเกมแบบนี้อีกครั้ง คุณไม่มีทางรู้เลยว่าคุณจะได้เล่นฟุตบอลโลกอีกเมื่อไหร่ เขาเซ็ตมาตรฐานและปรับทัศนคติของทุกคนในทีมได้ยอดเยี่ยมมาก” ทูเคิ่ล กล่าวชื่นชม
‘ซาก้า’ ยันฟิตเต็มร้อย และความรู้สึกที่ถูกดร็อป
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือผลงานระดับมาสเตอร์คลาสของ บูคาโย่ ซาก้า ที่เหมาคนเดียว 3 ประตู กลายเป็นนักเตะอังกฤษคนที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่ทำแฮตทริกในฟุตบอลโลก (ต่อจาก เจฟฟ์ เฮิร์สท์, แกรี่ ลินิเกอร์ และ แฮร์รี่ เคน)
อย่างไรก็ตาม ปีกจากอาร์เซน่อล แทบจะซ่อนความผิดหวังไว้ไม่อยู่ เมื่อถูกถามถึงการต้องนั่งเป็นตัวสำรองและไม่ได้ลงสนามเลยในเกมแพ้อาร์เจนตินา พร้อมกับสยบข่าวลือเรื่องปัญหาความฟิตอย่างชัดเจน
“แน่นอนว่าผมอยากลงเล่นมากกว่านี้ แต่มันสายเกินไปที่จะพูดถึงเรื่องนั้นแล้ว” ซาก้า กล่าว “ผมพยายามตอบโต้ด้วยผลงานบนสนาม และตอนนี้มันก็จบลงแล้ว เราต้องก้าวต่อไป”
เมื่อสื่อถามย้ำถึงข่าวลือเรื่องอาการบาดเจ็บ ซาก้าตอบสั้นๆ แต่ชัดเจนว่า “ผมฟิตสมบูรณ์ดี”
ซาก้า อธิบายถึงความแตกต่างระหว่างสองเกมว่า นัดตัดเชือกเต็มไปด้วยความกดดันมหาศาล ขณะที่เกมชิงที่ 3 ทุกคนเล่นด้วยความผ่อนคลายมากกว่า “สุดท้ายแล้ว ผู้จัดการทีมคือคนเลือก 11 ตัวจริง เรามีหน้าที่ลงไปทำผลงาน ผมไม่อยากพูดอะไรมากเพื่อสร้างดราม่า มันเป็นไปตามนั้นแหละ”
ทูเคิ่ลรับจบ: “ผมคือคนตัดสินใจ”
เมื่อถูกถามถึงประเด็นของซาก้า ทูเคิ่ลได้ออกมาชี้แจงเหตุผลทางแท็กติก พร้อมรับผิดชอบต่อการตัดสินใจทั้งหมดด้วยตัวเอง
“ซาก้ายอดเยี่ยมมาก เขาคือผู้เล่นคนสำคัญของผม” ทูเคิ่ล อธิบาย “มันเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากที่ต้องดร็อปเขาในรอบรองฯ แต่หลังจากเกมนัดก่อนหน้า ผมรู้สึกว่า มอร์แกน โรเจอร์ส มีความพิเศษบางอย่าง โดยเฉพาะสภาพร่างกายที่แข็งแกร่ง ซึ่งเราต้องการในเกมดวลกับอาร์เจนตินา”
กุนซือชาวเยอรมันยังเผยว่า เขาเตรียมที่จะส่งซาก้าลงสนามหลายครั้งในนัดดวลฟ้า-ขาว แต่สถานการณ์ในเกมมันบ้าคลั่งจนต้องเปลี่ยนแผนไปใช้ตัวเลือกอื่นแทน
บทสรุปของทีมชาติอังกฤษในฟุตบอลโลก 2026 อาจจะเต็มไปด้วยความเสียดายและคำถามที่ค้างคาใจ แต่เหรียญทองแดงที่คล้องอยู่บนคอ และความมุ่งมั่นในการสู้จนวินาทีสุดท้าย ก็เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า “สิงโตคำราม” ยุคนี้ มีทัศนคติของผู้ชนะที่พร้อมจะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้งในอนาคตอันใกล้