‘รางวัลปลอบใจที่ล้ำค่า’: พรีวิวก่อนเกมฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงอันดับ 3 ‘อังกฤษ’ ปะทะ ‘ฝรั่งเศส’ – BK8
หลังจากต้องอกหักและหลั่งน้ำตาในรอบรองชนะเลิศ ทั้ง “ทัพตราไก่” ฝรั่งเศส และ “สิงโตคำราม” ทีมชาติอังกฤษ ต้องปาดน้ำตาและลุกขึ้นสู้กันอีกครั้งในศึกชิงเหรียญทองแดง ฟุตบอลโลก 2026 ที่สังเวียน ไมอามี สเตเดียม แม้จะเป็นเพียงการชิงอันดับ 3 แต่นี่คือแมตช์ที่ 103 ของทัวร์นาเมนต์ที่อัดแน่นไปด้วยศักดิ์ศรีของสองมหาอำนาจลูกหนังยุโรป
เดิมพัน ‘รองเท้าทองคำ’ ของเหล่ายอดดาวยิง
เกมนี้ไม่ได้มีเพียงเหรียญทองแดงเป็นรางวัล แต่ยังมีตำแหน่ง “ดาวซัลโวสูงสุด” (adidas Golden Boot) เป็นเดิมพันที่ดุเดือด
นี่คือโอกาสสุดท้ายของ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ดาวยิงกัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ที่กดไปแล้ว 8 ประตู จะต้องเร่งเครื่องทำสกอร์เพื่อแซงหน้า ลิโอเนล เมสซี่ (8 ประตูเท่ากัน) ให้ได้ ในขณะที่ฝั่งอังกฤษ ก็ยังมี แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม ที่ซัดไปคนละ 6 ประตู พร้อมสอดแทรกสร้างปาฏิหาริย์ในเกมนัดส่งท้ายนี้เช่นกัน
เส้นทางของ ‘สองผู้แพ้ผู้ยิ่งใหญ่’
ทีมชาติฝรั่งเศส ภายใต้การคุมทีมของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ เริ่มต้นทัวร์นาเมนต์นี้ด้วยฟอร์มที่ดุดันไร้ปรานี พวกเขาไล่ถล่ม เซเนกัล, อิรัก และ นอร์เวย์ ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะเดินหน้าทะลวง สวีเดน, ปารากวัย และ โมร็อกโก ในรอบน็อกเอาต์ แต่ความหวังที่จะเข้าชิงชนะเลิศ 3 สมัยติดของพวกเขาก็ต้องพังทลายลง เมื่อพ่ายให้กับความเฉียบขาดของ ทีมชาติสเปน 2-0 ที่เมืองดัลลัส
ในขณะที่ ทีมชาติอังกฤษ มีเส้นทางที่สมบุกสมบันและเต็มไปด้วยดราม่า พวกเขาปราบ โครเอเชีย ก่อนจะหลุดเสมอ กานา และกลับมาชนะ ปานามา หลังจากนั้นทัพสิงโตคำรามต้องเหนื่อยหอบในการพลิกนรกแซงชนะ ดีอาร์ คองโก, เม็กซิโก และ นอร์เวย์ (ซึ่งนัดชนะนอร์เวย์ก็เตะกันที่ไมอามี สเตเดียม แห่งนี้) ทว่าโชคชะตาก็เล่นตลก เมื่อพวกเขาต้องมาโดน อาร์เจนตินา แซงดับฝันในช่วงท้ายเกมของรอบตัดเชือกไปอย่างเจ็บปวด
ประวัติศาสตร์และสถิติที่น่าสนใจ (Head-to-Head)
- ประสบการณ์ชิงที่ 3: นี่คือการลงเล่นนัดชิงอันดับ 3 ครั้งที่ 4 ของฝรั่งเศส (เคยชนะในปี 1958 และ 1986, แพ้ในปี 1982) ส่วนอังกฤษ นี่คือการชิงเหรียญทองแดงครั้งที่ 3 ของพวกเขา หลังเคยผิดหวังพ่ายแพ้มาตลอดในปี 1990 และ 2018
- สถิติการพบกัน: ทั้งสองทีมเคยเจอกันมาทั้งหมด 32 ครั้ง และพบกันในฟุตบอลโลก 3 ครั้ง
- ปี 1966: อังกฤษ ชนะ 2-0
- ปี 1982: อังกฤษ ชนะ 3-1
- ปี 2022 (กาตาร์): ฝรั่งเศส ชนะ 2-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ซึ่งเป็นเกมที่ แฮร์รี่ เคน พลาดจุดโทษลูกที่สองในช่วงท้ายเกมอย่างน่าเสียดาย
คาดการณ์ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม
ฝรั่งเศส (ระบบ 4-2-3-1): ไมค์ เมนญอง; มาโล กุสโต้, มักซ็องส์ ลาครัวซ์, อิบราฮิมา โกนาเต้, เตโอ แอร์กน็องเดซ; วอร์เรน ซาอีร์-เอเมอรี่, เอ็นโกโล่ ก็องเต้; ไมเคิล โอลิเซ่, รายาน เชอร์กี้, เดซิเร่ ดูเอ้; คีลิยัน เอ็มบัปเป้
อังกฤษ (ระบบ 4-2-3-1): ดีน เฮนเดอร์สัน; เทรโวห์ ชาโลบาห์, มาร์ค เกฮี, จอห์น สโตนส์, เจด สเปนซ์; ค็อบบี้ เมนู, เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน; โนนี่ มาดูเอเก้, มอร์แกน โรเจอร์ส, มาร์คัส แรชฟอร์ด; แฮร์รี่ เคน
แม้ความชอกช้ำจากรอบตัดเชือกจะยังคงไม่จางหาย แต่เมื่อสวมเสื้อที่มีตราทีมชาติอยู่บนอก นักเตะทั้งสองฝั่งย่อมพร้อมจะวิ่งสู้ฟัดเพื่อมอบชัยชนะส่งท้ายให้แฟนบอลที่คอยหนุนหลัง… เกมในคืนวันเสาร์นี้ที่ไมอามี จะเป็นอีกหนึ่งบททดสอบว่า ทีมใดจะฟื้นฟูสภาพจิตใจได้เร็วกว่ากัน!