‘ความท้าทายใหม่ หรือฝันที่เกินเอื้อม?’: เจาะลึกกระแส ‘ราฟา เบนิเตซ’ อาสาขี่ม้าขาวคุมทัพสก็อตแลนด์ – BK8
เก้าอี้กุนซือทีมชาติสก็อตแลนด์ที่ว่างลงหลังการประกาศลาออกอย่างกะทันหันของ สตีฟ คลาร์ก กำลังกลายเป็นเวทีเนื้อหอมเมื่อซูเปอร์โค้ชระดับบิ๊กเนมของยุโรปอย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ ออกมาแสดงความสนใจที่จะเข้ามารับเผือกร้อนก้อนนี้เป็นรายล่าสุด
ยอดกุนซือวัย 66 ปี เพิ่งแยกทางกับ พานาธิไนกอส ในลีกกรีซหลังทำงานได้เพียง 7 เดือน และกำลังมองหาความท้าทายใหม่ในอาชีพ ซึ่งอาจเป็นการกระโดดมารับงานคุมทีมชาติเป็นครั้งแรกในชีวิตค้าแข้ง
เปิดใจ ‘ราฟา’: สก็อตแลนด์ถึงทางตัน และพร้อมรับคำท้า
เบนิเตซ ได้เปิดเผยความในใจผ่านสถานีวิทยุ Talksport โดยยอมรับว่าเขาได้เฝ้าติดตามฟอร์มของทัพ “ตาร์ตัน” ในศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่อเมริกาเหนือ ซึ่งสก็อตแลนด์ต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบแบ่งกลุ่มอย่างน่าเสียดายด้วยการมี 3 คะแนนจาก 3 นัด (ชนะเฮติ ก่อนจะพ่ายโมร็อกโก และโดนบราซิลถล่ม 3-0)
“พวกเขาทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้แล้ว ผมไม่คิดว่าพวกเขาจะไปได้ไกลกว่านั้น” เบนิเตซ วิเคราะห์อย่างตรงไปตรงมาถึงขีดจำกัดของสก็อตแลนด์ในทัวร์นาเมนต์ที่ผ่านมา แต่เมื่อถูก จิม ไวท์ ผู้ดำเนินรายการชื่อดังจี้ถามว่า นี่คือการปฏิเสธงานนี้ใช่หรือไม่ เอล ราฟาก็ตอบชัดเจนว่า “เปล่าเลย ผมเปิดกว้างสำหรับฟุตบอลระดับทีมชาติเสมอ เพราะผมคิดว่ามันเป็นงานอีกรูปแบบหนึ่งที่น่าสนใจ”
แท็กติกเกมรับระดับมาสเตอร์พีซ… แต่จะใช่สิ่งที่แฟนบอลต้องการ?
หากมองในแง่ของ “ศาสตร์ลูกหนัง” ชื่อชั้นของเบนิเตซไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ เขาคือหนึ่งในกุนซือระดับสมองเพชรของยุโรป ยอดตำนานอย่าง สตีเวน เจอร์ราร์ด และ เจมี่ คาร์ราเกอร์ ต่างยกย่องว่าเขาคือโค้ชแท็กติกที่ดีที่สุดที่เคยร่วมงานด้วย
จุดเด่นของเบนิเตซคือ “เกมรับที่ละเอียดเป็นเครื่องจักรและมีระเบียบวินัยสูง” ซึ่งนี่คือคุณสมบัติที่สำคัญมากในฟุตบอลระดับทีมชาติที่มีเวลาซ้อมร่วมกันค่อนข้างจำกัด การขันเกมรับให้แน่นปึ้กคือสูตรสำเร็จในการพาทีมประสบความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ระยะสั้น
ทว่า เหรียญย่อมมีสองด้าน แฟนบอลสก็อตแลนด์ในยุคปัจจุบันกำลังเรียกร้องสไตล์ฟุตบอลที่ตื่นตาตื่นใจ เร้าใจ และเปิดเกมรุกเข้าใส่คู่แข่ง ซึ่งขัดกับปรัชญาฟุตบอลเน้นผลการแข่งขันอันเคร่งครัดของเบนิเตซอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ สถิติคุม 9 สโมสรหลังสุดนับตั้งแต่แยกทางกับลิเวอร์พูลในปี 2010 ราฟารอดพ้นจากการโดนไล่ออกไม่ถึงปีถึง 6 สโมสร (รวมถึง อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด, เอฟเวอร์ตัน และ เซลต้า บีโก้) จะมีเพียงช่วงเวลา 3 ปีที่ นิวคาสเซิล เท่านั้นที่เขาเป็นที่รักของแฟนบอลอย่างแท้จริง
กำแพงพันล้าน: ปัญหาใหญ่เรื่องเงินๆ ทองๆ
ต่อให้สมาคมฟุตบอลสก็อตแลนด์ (SFA) จะมองข้ามเรื่องสไตล์การเล่นและพร้อมอ้าแขนรับกุนซือระดับแชมป์ยุโรปรายนี้ แต่ “ความเป็นจริงทางการเงิน” คือปราการด่านสำคัญที่ยากจะข้ามผ่าน
ตารางเปรียบเทียบเพดานค่าเหนื่อย (ประมาณการต่อปี)
| บุคคล | สโมสร/ทีมชาติ | ค่าเหนื่อยคาดการณ์ | สถานะปัจจุบัน |
| สตีฟ คลาร์ก | ทีมชาติสก็อตแลนด์ (คนเดิม) | £500,000 (~22 ล้านบาท) | ลาออกแล้ว |
| ราฟาเอล เบนิเตซ | พานาธิไนกอส (ล่าสุด) | £3,000,000+ (~135 ล้านบาท) | ว่างงาน |
ตัวเลขที่ห่างกันถึง 6 เท่าระบุชัดเจนว่า สเปกเงินเดือนของเบนิเตซนั้นสูงเกินกว่าโครงสร้างเพดานเงินเดือนที่ SFA จะจ่ายไหวอย่างสิ้นเชิง และหากมองไปที่ตัวเลือกอื่นๆ ที่แฟนบอลเคยกู่ร้องเรียกหา:
- อังเก้ ปอสเตโคกลู: เพิ่งเซ็นสัญญารับเงินมหาศาลกับ อัล-นาสเซอร์ ในซาอุดีอาระเบีย
- เดวิด มอยส์: ยังคงมีสัญญากับ เอฟเวอร์ตัน อีกหนึ่งปีเต็ม
แม้ว่า ราฟา เบนิเตซ จะส่งสัญญาณเปิดไฟเขียวและพร้อมรับความท้าทายใหม่บนแผ่นดินไฮแลนด์ แต่เมื่อพิจารณาจากตัวเลขงบประมาณและสไตล์การทำทีมแล้ว… ชายผู้เคยพาทัพหงส์แดงและอัซซูร่าบินสูงในยุโรปคนนี้ อาจเป็นเพียง “ความฝันที่สวยงาม” ที่แฟนบอลตาร์ตันทำได้แค่มอง แต่อาจไม่มีวันเอื้อมถึงในความเป็นจริง