ทริปดูบอลโลกในฝันสู่มหากาพย์ 40 ปี: เปิดเรื่องราวแก๊งแฟนบอลอังกฤษที่บินไปเม็กซิโกปี 1986…แล้วไม่เคยกลับบ้านอีกเลย – BK8
โดยทั่วไปแล้ว การเดินทางไปชมการแข่งขันฟุตบอลโลกอาจใช้เวลาดำเนินทริปประมาณ 4-6 สัปดาห์ ทว่าสำหรับกลุ่มเพื่อนซี้แฟนบอลสายเลือด “หมาป่า” วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จากเมืองสตัดบริดจ์ แถบเวสต์มิดแลนด์ส ของอังกฤษ ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกของพวกเขาดึงเวลายาวนานกว่าคนอื่น… เพราะมันผ่านไปแล้ว 40 ปี พวกเขาก็ยังไม่ได้ย้ายกลับบ้านเกิดเลย
เรื่องราวสุดแปลกนี้เริ่มต้นขึ้นในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกปี 1986 (พ.ศ. 2529) เมื่อกลุ่มเพื่อนซี้วัยรุ่นอายุราว 20-23 ปีที่เรียกตัวเองว่ากลุ่ม “ดิสโก้ เฟิร์ม” ตัดสินใจรวบรวมเงินคนละประมาณ 500 ปอนด์ ออกเดินทางข้ามโลกเพื่อไปเชียร์ทีมชาติอังกฤษ โดยบินไปลงที่รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ก่อนจะเดินทางต่อไปยังเมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก เพื่อชมเกมนัดเปิดสนามที่อังกฤษพบกับโปรตุเกส
วีรกรรมสุดแสบและการตัดสินใจเปลี่ยนชีวิต
เดวิด อาร์โนลด์ หรือ “อาร์นี่” หนึ่งในสมาชิกกลุ่มย้อนความหลังในสารคดี Lost Down Mexico Way ว่าในตอนนั้นพวกเขาแทบไม่มีข้อมูลอะไรเลยเกี่ยวกับเม็กซิโก จนต้องกางแผนที่ดูว่าประเทศนี้อยู่ตรงไหนและพูดภาษาอะไรด้วยซ้ำ พวกเขาใช้ชีวิตเหมือนแฟนบอลอังกฤษยุคนั้น พักโรงแรมราคาถูก คืนละ 3 ปอนด์ ซื้อตั๋วเข้าชมเกมราคา 5 ปอนด์ และดื่มเบียร์อย่างสนุกสนานจนเคยถูกตำรวจจับข้อหาถอดเสื้อเดินดื่มเบียร์กลางถนนมาแล้ว
ทว่าเมื่อการแข่งขันสิ้นสุดลงและเงินในกระเป๋าเริ่มร่อยหรอ แทนที่จะเดินทางกลับไปเผชิญชีวิตคนว่างงานและรับเงินสวัสดิการ (Dole) ที่อังกฤษ พวกเขากลับมองเห็นโอกาสครั้งใหญ่ในแผ่นดินอเมริกา แก๊งเพื่อนตัดสินใจเดินทางไปหางานทำที่เกาะเซาท์พาเดร รัฐเท็กซัส เริ่มต้นจากการเป็นทีมงานติดตั้งปั๊มเครื่องดื่มของโคคา-โคล่า ตามโรงภาพยนตร์ทั่วสหรัฐฯ
แกรี่ แอลเลน หรือฉายา “แอดเดอร์” (เนื่องจากหน้าตาคล้ายโรแวน แอตคินสัน ในซีรีส์ Blackadder) ซึ่งปัจจุบันในวัย 62 ปี อาศัยอยู่ที่เมืองแอตแลนตา เล่าว่า
“โอกาส, เม็ดเงิน, สิ่งอำนวยความสะดวกด้านกีฬา, ร้านอาหาร, บาร์ และที่สำคัญคือสำเนียงอังกฤษของพวกเรามันดึงดูดสาวๆ มาก ยุคนั้นพวกเราเป็นของแปลกใหม่สำหรับคนที่นี่ เราเลยใช้จุดนั้นให้เป็นประโยชน์”
ขณะที่อาร์โนลด์ สมาชิกอีกคน เลือกที่จะปักหลักสร้างครอบครัวใหม่ที่เมืองมอนเตร์เรย์ ประเทศเม็กซิโก จนปัจจุบันได้ก้าวขึ้นเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนท้องถิ่น ส่วนแก๊งที่เหลืออย่าง แอลเลน, สจ๊วต เบตส์ และ การ์รี่ ฮาร์ดวิค (ผู้มีวีรกรรมในอดีตที่โยนกระเป๋าออกนอกหน้าต่างแล้วบอกแฟนสาวว่าจะออกไปซื้อนม ก่อนจะหายตัวไปยาวนานถึง 12 ปี) ต่างแยกย้ายกันไปเติบโตในสหรัฐฯ
40 ปีผ่านไป หัวใจยังเป็น “สิงโตคำราม”
แม้เวลาจะล่วงเลยมาจนถึงทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกในปัจจุบัน กลุ่มเพื่อนซี้รุ่นใหญ่กลุ่มนี้ได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งที่เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส เพื่อชมเกมนัดแรกของทีมชาติอังกฤษร่วมกับแฟนบอลรุ่นใหม่ๆ แอลเลนยอมรับว่าฟุตบอลโลกยุคนี้มีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าปี 1986 มหาศาล โดยพวกเขาต้องจ่ายค่าตั๋วในดัลลัสสูงถึงใบละ 700 ไปจนถึง 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม แอลเลนทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มว่า แม้เมืองดัลลัสจะเปลี่ยนไปมากจากเมื่อ 40 ปีก่อน แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยคือวัฒนธรรมของแฟนบอลอังกฤษ
“สิ่งแรกเลยคือเบียร์ยังคงไหลเหมือนสายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นปี 1986 หรือปัจจุบัน ผ่านไป 40 ปี พวกเขาก็ยังดื่มกันเหมือนบาร์จะปิดพรุ่งนี้ ทุกคนยังอยู่ในอารมณ์ปาร์ตี้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน”
เรื่องราวการเดินทางอันยาวนานของพวกเขาได้รับการถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์สารคดีสั้นในชื่อ Lost Down Mexico Way บนช่อง YouTube ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บางครั้ง “ฟุตบอล” ก็ไม่ได้ให้แค่ความสนุกในสนาม แต่สำหรับบางคน มันเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของพวกเขาไปตลอดกาล