’15 นาทีเฉียดนรก และรอยรั่วที่ซ่อนอยู่’: ผ่า 4 ปัญหาชี้ชะตา ‘อังกฤษ’ ที่ ทูเคิ่ล ต้องแก้ก่อนชน เม็กซิโก – BK8
อังกฤษอยู่ห่างจากความอับอายครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกเพียงแค่ 15 นาที… หากไม่ได้ความยอดเยี่ยมในช่วงท้ายเกมของ แฮร์รี่ เคน ที่โขกและซัดประตูชัยดับฝัน ดีอาร์ คองโก ทัพ “สิงโตคำราม” คงต้องเผชิญกับโศกนาฏกรรมลูกหนังที่เลวร้ายเทียบเท่ากับความพ่ายแพ้ต่อ ไอซ์แลนด์ ในยูโร 2016 หรือการปราชัยต่อ สหรัฐอเมริกา ในฟุตบอลโลก 1950
ชัยชนะนัดนี้ต่อลมหายใจให้ทั้งทีมชาติอังกฤษและตัวกุนซือ โธมัส ทูเคิ่ล ให้ได้เดินทางต่อไปยังกรุงเม็กซิโกซิตี้ เพื่อเผชิญหน้ากับชาติเจ้าภาพร่วมอย่าง เม็กซิโก ท่ามกลางเสียงเชียร์หลักแสนในสังเวียนระดับตำนานอย่าง อัซเตก้า สเตเดียม (Azteca Stadium)
ทว่าชัยชนะนัดนี้ ไม่อาจปกปิด “รอยร้าว” ที่เปิดกว้างขึ้นเรื่อยๆ ในแคมป์สิงโตคำรามได้ และนี่คือ 4 ปัญหาเร่งด่วนที่ทูเคิ่ลต้องรีบแก้ไข หากไม่อยากให้ฝันร้ายเกิดขึ้นจริงในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
1. ทูเคิ่ล จะพึ่งพาแค่ ‘เคน-เบลลิงแฮม’ ไปตลอดได้หรือ?
แฮร์รี่ เคน และ จู๊ด เบลลิงแฮม คือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ของอังกฤษในทัวร์นาเมนต์นี้ พวกเขาคือเวิลด์คลาสที่คอยแบกทีมและผลิตประตูสำคัญมาตั้งแต่รอบแบ่งกลุ่ม (ที่ชนะโครเอเชียและปานามา) จนมาถึงเกมล่าสุด
แต่คำถามคือ… ในวันที่สองเสาหลักนี้โชว์ฟอร์มไม่ออก ใครจะก้าวขึ้นมาแบ่งเบาภาระ? แม้ แอนโธนี่ กอร์ดอน จะลงมาเป็นซูเปอร์ซับที่มีส่วนร่วมกับทั้งสองประตูในเกมล่าสุด แต่วันที่น่าผิดหวังของ มาร์คัส แรชฟอร์ด และ โนนี่ มาดูเอเก้ รวมถึงอาการบาดเจ็บรบกวนของ บูกาโย่ ซาก้า บ่งบอกชัดเจนว่า อังกฤษต้องการ “ผู้นำ” คนอื่นๆ ให้ก้าวขึ้นมาฉายแสงบ้าง
2. วิกฤต ‘แบ็กขวา’ และ 11 ตัวจริงที่ยังหาไม่เจอ
การสับเปลี่ยนหมุนเวียนนักเตะในแนวรับและริมเส้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ทูเคิ่ล “ยังไม่รู้” ว่า 11 ตัวจริงที่ดีที่สุดของเขาคือใคร
ตำแหน่ง “แบ็กขวา” กลายเป็นเผือกร้อนที่ไม่มีใครอยากจับ ทูเคิ่ลสร้างปัญหาให้ตัวเองตั้งแต่การเลือก ติโน่ ลิฟราเมนโต้ และ รีซ เจมส์ ที่มีประวัติบาดเจ็บเรื้อรังติดทีมมา (ลิฟราเมนโต้ไม่ได้มาบอลโลก ส่วนเจมส์เจ็บแฮมสตริงไร้กำหนดคืนสนาม) ขณะที่ จาเรลล์ ควอนซาห์ ก็มาเจ็บซ้ำ จนต้องเข็น ดีเจด สเปนซ์ ลงเล่น 70 นาทีในเกมล่าสุด
ท้ายที่สุด ทูเคิ่ลต้องถอย ดีแคลน ไรซ์ ลงมายืนแบ็กขวาในช่วงท้ายเกม ซึ่ง อลัน เชียเรอร์ และ ไมก์ ริชาร์ดส์ อดีตแข้งทีมชาติมองตรงกันว่า นี่คือการตัดสินใจที่เสียของอย่างยิ่ง
“ถ้าคุณต้องเจอกับเม็กซิโกในสภาพอากาศบนที่สูง คุณต้องการพลังงานของไรซ์ในแดนกลาง… ผมจะเลือก เอซรี่ คอนซ่า ไปยืนแบ็กขวา และให้ จอห์น สโตนส์ ยืนเซ็นเตอร์คู่กับ มาร์ค เกฮี นั่นจะสร้างสมดุลที่ดีกว่า” ไมก์ ริชาร์ดส์ วิเคราะห์
ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ ก็ตั้งข้อสังเกตว่า “แดนกลางของอังกฤษเปิดกว้างเกินไปเวลาเสียบอล หากเจอทีมที่เก่งกว่านี้ เราจะตกที่นั่งลำบากแน่นอน”
3. ขาดแคลน ‘เพลย์เมกเกอร์’ ตัวสร้างสรรค์เกม
ประเด็นการหั่นชื่อ โคล พาลเมอร์ และ ฟิล โฟเด้น ออกจากทีมชุดบอลโลกยังคงถูกหยิบยกมาถกเถียงอย่างเผ็ดร้อน แม้ทั้งคู่จะฟอร์มตกกับสโมสร แต่การเมินนักเตะอย่าง มอร์แกน กิ๊บบ์ส-ไวท์ หรือ อเล็กซ์ สกอตต์ แล้วหนีบ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ในวัย 36 ปี มานั่งเป็นตัวสำรอง คือการตัดสินใจที่ชวนตั้งคำถาม
ความตื้อตันในเกมรุก โดยเฉพาะนัดที่เสมอ กานา แบบไร้สกอร์ แสดงให้เห็นชัดเจนว่า อังกฤษขาดอาวุธหนักในการทะลวงแนวรับที่ลงไปแพ็กแน่น หากพวกเขาหวังจะเข้ารอบลึกกว่านี้ ทูเคิ่ลต้องหาจังหวะสร้างสรรค์เกมรูปแบบใหม่ ที่ไม่ใช่แค่การฝากบอลไว้ที่ เคน และ เบลลิงแฮม เท่านั้น
4. หอกสำรองที่ถูกแช่แข็ง: โทนี่ย์ และ วัตกิ้นส์ อยู่ที่ไหน?
ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่ม ความกังวลใหญ่คือ “ถ้าเคนเจ็บ ใครจะแทน?” ทูเคิ่ลตัดสินใจเลือก โอลลี่ วัตกิ้นส์ ที่ฟอร์มร้อนแรงกับวิลล่า และทำเซอร์ไพรส์เรียกตัว ไอแวน โทนี่ย์ ที่ค้าแข้งในลีกซาอุฯ กลับมาติดธง
ทว่าใน 4 เกมที่ผ่านมา โทนี่ย์ ไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่นาทีเดียว ส่วน วัตกิ้นส์ ได้ลงสัมผัสเกมเพียง 6 นาทีในนัดที่ชนะปานามาขาดลอยไปแล้ว
สิ่งที่น่าตกใจคือ เมื่อทีมต้องการประตู (ในเกมเจอกานา และตอนตามหลังดีอาร์ คองโก) ทูเคิ่ลกลับเลือกใช้งาน ซาก้า, แรชฟอร์ด, เอเซ่ และ โรเจอร์ส โดยปล่อยให้สองศูนย์หน้าตัวเป้าตัวรับการันตีนั่งจับเจ่าอยู่ที่ซุ้มม้านั่งสำรองต่อไป…
เห็นได้ชัดว่า ทูเคิ่ลฝากความหวังทั้งหมดไว้กับความฟิตของ แฮร์รี่ เคน เพียงคนเดียว ซึ่งถือเป็นการเดิมพันที่มีความเสี่ยงสูงลิบลิ่ว
ฟุตบอลโลกไม่เคยมีพื้นที่ว่างให้กับความผิดพลาดซ้ำซาก โธมัส ทูเคิ่ล อาจจะรอดพ้นคมหอกคมดาบมาได้ในเกมกับดีอาร์ คองโก แต่บททดสอบของจริงกำลังรอเขาอยู่ที่เม็กซิโกซิตี้… หากเขายังไม่สามารถปะผุรอยรั่วเหล่านี้ได้ 15 นาทีเฉียดนรกในเกมที่แล้ว อาจจะกลายเป็นนรกของจริงในเกมต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้