ปากบอกรักษ์โลก! สื่อแฉ “อินฟานติโน” บินเจ็ตส่วนตัว 27 เที่ยว ปล่อยคาร์บอนยับเยิน

ย้อนแย้งขั้นสุด! สื่อแฉ ปธ.ฟีฟ่า นั่งเจ็ตส่วนตัว 27 เที่ยว ตระเวนดูบอลโลก 2026 ปล่อยมลพิษมหาศาลBK8

จานนี อินฟานติโน ประธานสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) กำลังตกเป็นเป้าวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังมีการเปิดเผยข้อมูลการเดินทางสุดหรูหราของเขา ที่ใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวบินข้ามทวีปไปชมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่มถึง 24 นัด ภายในเวลาเพียงสองสัปดาห์ ซึ่งสร้างมลพิษทางอากาศมหาศาล สวนทางกับนโยบายเพื่อสิ่งแวดล้อมที่องค์กรของเขาพร่ำบอก

ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกครั้งนี้จัดขึ้นใน 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก ครอบคลุม 16 เมืองเจ้าภาพ ซึ่งทำให้การเดินทางมีความท้าทายอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ในเอกสารยุทธศาสตร์ด้านความยั่งยืนและสิทธิมนุษยชนของฟีฟ่า อินฟานติโนเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสภาพภูมิอากาศ หรือสิทธิมนุษยชน… เรามุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ในส่วนของเรา” แต่การกระทำกลับดูเหมือนจะสวนทางกับคำพูด

✈️ สถิติการเดินทางที่น่าตกใจ

BBC Verify และ BBC Sport ได้ติดตามเส้นทางการบินของเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวที่เชื่อมโยงกับฟีฟ่าและอินฟานติโน พบว่ามีการขึ้นบินถึง 27 ครั้ง ในช่วงเวลาที่การแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มกำลังดำเนินไป เพื่อพาประธานฟีฟ่าไปปรากฏตัวในเมืองต่างๆ

ข้อมูลการเดินทางที่น่าสนใจสถิติที่บันทึกได้
ระยะทางบินรวมโดยประมาณ50,122 กิโลเมตร (31,144 ไมล์)
เวลาที่ใช้บนเครื่องบินรวมมากกว่า 66 ชั่วโมง
เที่ยวบินที่ยาวที่สุดแวนคูเวอร์ ไป ไมอามี (4,507 กม.)
วันที่เดินทางโหดที่สุด (15 มิ.ย.)ไมอามี -> ซีแอตเทิล -> ลอสแอนเจลิส (รวมกว่า 5,500 กม.)

???? ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวถือเป็นวิธีการเดินทางที่สร้างคาร์บอนฟุตพรินต์สูงที่สุด โดยเครื่องบินรุ่น Gulfstream G650ER ที่คาดว่าอินฟานติโนใช้ มีอัตราการเผาผลาญเชื้อเพลิงเฉลี่ยถึง 1,817 ลิตรต่อชั่วโมง

จากการคำนวณพบว่า การเดินทางในช่วงรอบแบ่งกลุ่มนี้ผลิตก๊าซเรือนกระจกเทียบเท่าคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2e) สูงถึง 516 ตัน เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของก๊าซเรือนกระจกที่คนปกติสร้างขึ้นต่อปี (6.56 ตัน) หมายความว่า การเดินทางเพียงสองสัปดาห์ของประธานฟีฟ่า สร้างมลพิษเท่ากับคน 78 คนใช้เวลาสร้างทั้งปี!

“การที่อินฟานติโนเลือกใช้เครื่องบินเจ็ตส่วนตัว ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับระดับความเป็นผู้นำที่เราต้องการเห็นจากผู้บริหารระดับสูงของฟีฟ่าในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวของฟีฟ่าในเรื่องความยั่งยืน”

— เฟรดดี เดลีย์ (นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซัสเซ็กซ์ และเครือข่าย Cool Down)

???? คำแถลงจากฟีฟ่า และ คำมั่นสัญญาที่ถูกตั้งคำถาม

ตัวแทนของฟีฟ่าได้ออกมาชี้แจงว่า ประธานฟีฟ่าต้องเดินทางเพื่อปฏิบัติภารกิจที่เกี่ยวข้องกับทัวร์นาเมนต์อย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า “บางครั้งการเดินทางก็ถูกจัดขึ้นผ่านสายการบินพาณิชย์ และบางครั้งก็เป็นเครื่องบินเช่าเหมาลำส่วนตัว ขึ้นอยู่กับว่าวิธีใดมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าที่สุดในสถานการณ์นั้นๆ”

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ฟีฟ่าได้ให้คำมั่นสัญญาในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 50% ภายในปี 2030 โดยมีนโยบายต่างๆ สำหรับฟุตบอลโลกครั้งนี้ เช่น:

  • จัดการแข่งขันแบบแบ่งโซนภูมิภาค เพื่อลดการพึ่งพาการเดินทางระยะไกลของทีมและแฟนบอล
  • ส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและระบบขนส่งสาธารณะ
  • เน้นการใช้สนามแข่งขันที่มีอยู่แล้วเพื่อหลีกเลี่ยงมลพิษจากการก่อสร้างใหม่

ในฟุตบอลโลก 2022 ที่กาตาร์ อินฟานติโนสามารถเข้าชมการแข่งขันได้ครบทั้ง 64 นัด เนื่องจากสนามอยู่ห่างกันเพียงการขับรถไม่เกินหนึ่งชั่วโมง แต่บริบทของอเมริกาเหนือนั้นต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง บททดสอบครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า เมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายด้านภูมิศาสตร์ ผู้บริหารระดับสูงของวงการฟุตบอลยังคงเลือก “ความสะดวกสบายส่วนตัว” เหนือ “ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโลก” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้