‘เราเป็นแค่ผู้ช่วยนักเตะ’: เปิดใจ ‘อันโดนี่ อิราโอล่า’ นายใหญ่ป้ายแดงลิเวอร์พูล กับปรัชญาฟุตบอลที่เน้นทีมเวิร์ก – BK8
อันโดนี่ อิราโอล่า ก้าวเข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ของ ลิเวอร์พูล เพื่อแทนที่ อาร์เน่ สล็อต หลังจากสร้างผลงานชิ้นโบแดงด้วยการพา บอร์นมัธ จบอันดับ 6 ในพรีเมียร์ลีกและคว้าตั๋วลุยศึกยูโรปาลีกเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา
ปัจจุบัน กุนซือวัย 44 ปี กำลังพาทีมทัวร์ปรีซีซั่นอยู่ที่ชิคาโก สหรัฐอเมริกา และนี่คือบทสัมภาษณ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงตัวตน ปรัชญา และแนวคิดของชายผู้ที่กำลังจะเข้ามาเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในถิ่นแอนฟิลด์
‘ทีมเวิร์ก’ คือเคล็ดลับความสำเร็จของสเปน
ในยุคปัจจุบัน กุนซือชาวสเปน (โดยเฉพาะจากแคว้นบาสก์) กำลังยึดครองความยิ่งใหญ่ในโลกฟุตบอล ทั้งแชมป์ฟุตบอลโลก, ยูโร, แชมเปี้ยนส์ลีก, ยูโรปาลีก รวมถึงฟุตบอลถ้วยในอังกฤษ อิราโอล่าได้อธิบายถึงเบื้องหลังความสำเร็จนี้ว่ามาจากคำว่า “ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” (Collectiveness)
“มีคนถามผมเยอะมากว่าทำไมผู้จัดการทีมชาวบาสก์ถึงก้าวมาถึงระดับนี้ได้ และทำไมทีมจากสเปนถึงคว้าแชมป์มากมาย… สเปนไม่เคยมีนักกีฬาที่เก่งที่สุดในแง่ของสมรรถภาพร่างกาย แต่ในกีฬาที่เล่นเป็นทีมอย่าง ฟุตบอล หรือ บาสเกตบอล เราทำได้ดีมาก เพราะเราให้ความสำคัญกับ ‘ทีม’ มาเป็นอันดับแรกเสมอ”
เขาได้ยกตัวอย่าง โรดรี้ ในศึกฟุตบอลโลกเป็นกรณีศึกษาชั้นดี “โรดรี้ ไม่ได้ยิงประตูหรือแอสซิสต์เลย แต่สุดท้ายทีมได้แชมป์โลก และเขาได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม นั่นคือปรัชญาแบบทีมต้องมาก่อนที่เราถูกปลูกฝังมา ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเอง โดยเฉพาะการเล่นแบบไม่มีบอล”
แอนฟิลด์ และ ซาน มาเมส: ความคล้ายคลึงที่สัมผัสได้
ในฐานะอดีตนักเตะระดับตำนานของ แอธเลติก บิลเบา อิราโอล่ามองเห็นความเชื่อมโยงที่น่าสนใจระหว่างสโมสรเก่าของเขากับลิเวอร์พูล
“ผมเห็นความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง ทั้งความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ การเป็นสโมสรที่มีเอกลักษณ์แตกต่างจากที่อื่น ความผูกพันกับนักเตะจากอคาเดมี่ และบรรยากาศอันยอดเยี่ยมของแอนฟิลด์” อิราโอล่ากล่าวเสริม “แน่นอนว่าลิเวอร์พูลคือหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลก การเอาไปเปรียบเทียบอาจจะไม่แฟร์นัก แต่ในหลายๆ มุม ผมสัมผัสได้ถึงความคล้ายคลึงกันจริงๆ”
ความถ่อมตัวที่มาก่อนอดีตอันหอมหวาน
เมื่อถูกถามถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อปี 2013 ที่เขาเคยปฏิเสธโอกาสย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูลสมัยเป็นนักเตะ เพื่อเลือกที่จะอยู่รับใช้บิลเบาต่อไป อิราโอล่าเลือกที่จะตอบด้วยรอยยิ้มและความถ่อมตัว
“ผมไม่อยากเล่าเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นการทำงานที่นี่เลย ผมอยากพาทีมชนะสักสองสามเกมก่อน… มันเป็นเรื่องราวที่ดีนะ แต่ถ้าผมพูดตอนนี้ มันจะดูเหมือนผมกำลังโฆษณาตัวเอง สิ่งสำคัญที่สุดคือผลงานในสนาม แฟนบอลแค่อยากเห็นทีมเล่นดีและได้ผลการแข่งขันที่ดี ซึ่งนั่นคืองาน 90 เปอร์เซ็นต์ของผม”
‘โค้ชไม่ใช่ฮีโร่ นักเตะต่างหากที่สำคัญที่สุด’
ในขณะที่พรีเมียร์ลีกเคยคุ้นชินกับผู้จัดการทีมที่มีบุคลิกโดดเด่นอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า, เยอร์เก้น คล็อปป์ หรือ โชเซ่ มูรินโญ่ แต่อิราโอล่ากลับมีมุมมองที่แตกต่างออกไป เขาได้รับแรงบันดาลใจจาก เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ อดีตเจ้านายของเขา ในเรื่องของการใช้สามัญสำนึกและการบริหารจัดการคน
“ในอังกฤษ ผู้จัดการทีมมักจะเป็นคนที่เดินไปขอบคุณแฟนบอลหลังจบเกม ซึ่งผมก็ทำแบบนั้นเพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมที่นี่ แต่ที่สเปน เรามักจะปล่อยให้นักเตะเป็นคนรับเสียงปรบมือ เพราะพวกเขาคือคนที่ลงไปเล่น”
อิราโอล่าทิ้งท้ายด้วยประโยคที่บ่งบอกถึงคาแรคเตอร์ของเขาได้อย่างชัดเจน… “ผมพูดเสมอว่าพวกเรา (โค้ช) เป็นแค่ ‘ผู้ช่วย’ ของนักเตะ พวกเขาคือส่วนสำคัญที่สุด งานหลักของเราคือการช่วยเหลือพวกเขา เพราะพวกเขาคือคนเดียวที่จะมอบความสำเร็จให้กับเราได้ โค้ชไม่ได้สำคัญเท่านักเตะ นั่นคือเรื่องที่ชัดเจนที่สุด”