‘หัวใจสิงห์ที่เติบโต’: จู๊ด เบลลิงแฮม กับการขีดเขียนชะตา ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยสองเท้าของตัวเอง – BK8
การได้เฝ้ามอง จู๊ด เบลลิงแฮม ในศึกฟุตบอลโลกครั้งนี้ เปรียบเสมือนการได้เป็นพยานในชั่วขณะที่หาดูได้ยากยิ่ง… มันคือวินาทีที่นักเตะคนหนึ่งกำลังก้าวข้ามขีดจำกัดจากคำว่า “เก่งกาจ” ไปสู่ความ “ยิ่งใหญ่” ระดับตำนาน
ภาพการพุ่งทะยานแหวกแนวรับเข้าไปทำประตูใส่โครเอเชีย, การเปิดบอลสุดฉลาดในเกมกับปานามา และโดยเฉพาะฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซในเกมกับเม็กซิโก… ทั้งลูกพุ่งโหม่งสุดสวย, การตามซ้ำประตูที่สองด้วยความมุ่งมั่น, จังหวะสกัดบอลช่วยชีวิตทีมที่เสาสอง ไปจนถึงการใช้พละกำลังที่รีดเค้นออกมาจนหยดสุดท้าย… ไม่แปลกใจเลยที่หลังจบเกม เบลลิงแฮมจะทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและจิตใจ
เขากำลังเล่นด้วยความรู้สึกที่ว่า เขาคือผู้กำหนดชะตากรรมของทัวร์นาเมนต์นี้… เฉกเช่นเดียวกับที่ ลิโอเนล เมสซี่ หรือ คีเลียน เอ็มบัปเป้ เคยทำ
ความอ่อนโยน ที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุดัน
แต่นอกเหนือจากความดุดันในสนาม เรากลับได้เห็นภาพที่ลึกซึ้งและกินใจของเบลลิงแฮมในฟุตบอลโลกครั้งนี้
- การเดินเข้าไปกอดปลอบใจ จิลแบร์โต้ โมร่า ดาวรุ่งวัย 17 ปีของเม็กซิโกในอุโมงค์
- การหยุดให้สัมภาษณ์และพูดให้กำลังใจนักข่าวจากเวเนซุเอลาด้วยภาษาสเปน
- และการให้สัมภาษณ์สุดซึ้ง ถึงคุณปู่ผู้ล่วงลับที่คอยปลูกฝังความรักชาติให้กับเขามาตั้งแต่เด็ก
ทั้งหมดนี้หล่อหลอมให้เราเห็นว่า เบลลิงแฮม มีความมั่นใจและรู้สึก “เป็นตัวของตัวเอง” มากกว่าที่เคยเป็นมา เพื่อนร่วมทีมสนิทอย่าง มอร์แกน โรเจอร์ส และ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ถึงกับตั้งฉายาให้เขาว่า ‘Unc’ (คุณลุง) เพื่อแซวความเป็นผู้ใหญ่ที่เกินวัย 23 ปีของเขา เบลลิงแฮมถึงขั้นเอาการ์ดเกมที่ชื่อว่า Skyjo มาสอนให้เพื่อนๆ เล่นเพื่อฆ่าเวลาในแคมป์เก็บตัวที่แคนซัสซิตี้
หากย้อนกลับไปในศึกยูโร 2024 เขามักจะให้สัมภาษณ์ด้วยท่าทีที่พร้อมจะตอบโต้เสียงวิจารณ์ แต่ในวันนี้ เขาเปิดกว้าง ผ่อนคลาย และเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บาดแผลที่หล่อหลอมความกระหาย
สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ ฟอร์มอันยอดเยี่ยมนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาต้องเผชิญกับหนึ่งในฤดูกาลที่ยากลำบากที่สุดในอาชีพ…
เบลลิงแฮมต้องเข้ารับการผ่าตัดไหล่ พลาดการลงเล่นให้ทีมชาติหลายนัด และต้องเจอกับฤดูกาลที่ไร้ถ้วยรางวัลกับ เรอัล มาดริด เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2020-21 ทว่า มอร์แกน โรเจอร์ส เพื่อนสนิทของเขากลับมองว่า การได้พักจากอาการบาดเจ็บนั่นแหละ คือสิ่งที่ดึงเอา “ความหิวโหย” ของเบลลิงแฮมกลับมา หลังจากที่ร่างกายต้องกรำศึกหนักมาตลอดหลายปี
แม้จะเผชิญกับความกดดันที่มาดริด แต่ความเป็นมืออาชีพของเขาก็ทำให้เขากลายเป็นที่รักของ อัลบาโร่ อาร์เบลัว (กุนซือคนใหม่ที่มาแทน ชาบี อลอนโซ่) และเขากำลังจะเป็นเสาหลักในยุคใหม่ของ โชเซ่ มูรินโญ่ ในฤดูกาลหน้า
จิ๊กซอว์ที่เติมเต็ม ‘แฮร์รี่ เคน’
ผลลัพธ์ของการเติบโตนี้ ไม่ได้ส่งผลดีแค่กับตัวเขาเอง แต่ยังช่วยยกระดับทีมชาติอังกฤษทั้งทีม โดยเฉพาะการจุดประกายไฟให้กับ แฮร์รี่ เคน
เคน เป็นกองหน้าที่มักจะเล่นได้ดีที่สุดเมื่อมีพาร์ทเนอร์ที่รู้ใจ คอยวิ่งทำทางและสร้างพื้นที่ว่างให้ ซึ่งในอดีต ราฮีม สเตอร์ลิง เคยทำหน้าที่นั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อสิ้นยุคของสเตอร์ลิง เคนก็ดูเหมือนจะขาดความอันตรายไป
ในศึกยูโร 2024 อังกฤษเจอปัญหาทับซ้อนเมื่อทั้ง เบลลิงแฮม และ ฟิล โฟเด้น พยายามจะเล่นในพื้นที่เดียวกันเบื้องหลังเคน แต่มาในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โธมัส ทูเคิ่ล มองขาดและตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะไม่เรียกโฟเด้นติดทีม เพื่อสร้างระบบที่หมุนรอบ “ความเข้าขากัน” ของ เคน และ เบลลิงแฮม โดยเฉพาะ
- เบลลิงแฮม เปิดบอลให้เคนโหม่งในเกมกับปานามา
- เคน วิ่งดึงตัวประกบ เปิดพื้นที่ให้เบลลิงแฮมโหม่งทำประตูในเกมกับเม็กซิโก
- เคน ชิ่งบอลจังหวะเดียวกลับมาให้เบลลิงแฮมทำประตูที่สอง
ข้อครหาที่ว่าทั้งคู่เล่นร่วมกันไม่ได้ กลายเป็นเพียงอดีตที่ไม่มีใครจำ… ในเวลานี้ ทีมชาติอังกฤษกำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตที่หอมหวาน จากการมีผู้เล่นระดับเวิลด์คลาสถึงสองคนที่เข้าใจกันและกันอย่างถ่องแท้ และหนึ่งในนั้น คือเด็กหนุ่มที่กำลังเติบโตเป็นผู้ชายเต็มตัว ผู้พร้อมจะแบกความฝันของคนทั้งชาติเอาไว้บนบ่าของเขา