ฟีฟ่ายืนยัน! หญ้าสนาม ‘เมตไลฟ์ สเตเดียม’ ฟิตสมบูรณ์ 100% พร้อมจัดนัดชิงฟุตบอลโลก 2026 สเปน ดวล อาร์เจนตินา

ฟีฟ่าสยบดราม่า! ยันพื้นหญ้า ‘เมตไลฟ์ สเตเดียม’ สมบูรณ์แบบ พร้อมรับศึกชิงดำฟุตบอลโลก 2026BK8

สายตาของแฟนกีฬาจากทั่วทุกมุมโลกกำลังจับจ้องไปที่ เมตไลฟ์ สเตเดียม (MetLife Stadium) ในรัฐนิวเจอร์ซีย์ สังเวียนความจุ 82,500 ที่นั่ง ซึ่งถูกเลือกโดยฟีฟ่า (FIFA) ให้เป็นสถานที่จัดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงชนะเลิศ ระหว่าง ทีมชาติสเปน และ ทีมชาติอาร์เจนตินา ในวันอาทิตย์นี้

แม้ก่อนหน้านี้ สนามแห่งนี้จะเผชิญกับกระแสวิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับสภาพพื้นหญ้าในช่วงต้นทัวร์นาเมนต์ แต่ล่าสุด ฟีฟ่าได้ออกมายืนยันอย่างมั่นใจว่า พื้นสนามแห่งนี้พร้อมสมบูรณ์แบบ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อเกมนัดประวัติศาสตร์อย่างแน่นอน

จุดเริ่มต้นของเสียงวิจารณ์

ในช่วงรอบแบ่งกลุ่ม เมตไลฟ์ สเตเดียม ถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากนักเตะระดับท็อป:

  • วินิซิอุส จูเนียร์ (บราซิล): บ่นหลังเกมที่เสมอโมร็อกโก 1-1 ว่า หญ้าแห้งเร็วมาก ทำให้เกมเดินช้าและต่อบอลสั้นได้ยาก
  • อาเดรียง ราบิโอต์ (ฝรั่งเศส): วิจารณ์หลังเกมชนะเซเนกัล 3-1 ว่า พื้นสนามแข็งและกระด้างจนให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเล่นบนหญ้าเทียม
  • ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ (กุนซือฝรั่งเศส): ถึงกับประชดว่าอาจจะมีซีเมนต์อยู่ใต้พื้นหญ้า เพราะยอดหญ้าสั้นเกินไป

เบื้องหลังปัญหา และการแก้เกมของฟีฟ่า

อลัน เฟอร์กูสัน ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายจัดการสนามของฟีฟ่า อธิบายว่า ปัญหาในช่วงแรกเกิดจาก “การคำนวณความเสี่ยง” ฟีฟ่าเลือกใช้หญ้าสายพันธุ์ที่ทนความร้อน (Warm-season grass) อย่างหญ้าเบอร์มิวดา (Bermuda) มาปูทับสนามหญ้าเทียมเดิม เพื่อให้หญ้ามีอายุการใช้งานยาวนานไปจนถึงนัดชิงชนะเลิศ

ทว่าสภาพอากาศในช่วงแรกที่นิวเจอร์ซีย์กลับ “หนาวเย็นกว่าที่คาดไว้” ทำให้หญ้าชะงักการเจริญเติบโต ส่งผลต่อความสวยงามและสภาพผิวสัมผัส แม้ในแง่ของการเล่นจะยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานก็ตาม

วิธีการแก้ไขของทีมงาน:

  • ใช้ผ้าห่มคลุมหญ้า (Grow covers) และผ้าฟลีซคลุมสนามเพื่อกักเก็บความอบอุ่น
  • ใช้ระบบไฟปลูกต้นไม้ (Grow lights) ช่วยเพิ่มอุณหภูมิได้อีกประมาณ 3 องศา
  • ติดตั้งระบบชลประทานอัตโนมัติเต็มรูปแบบ และระบบระบายน้ำ-เติมออกซิเจนแบบใหม่หมดจด

สถิติชี้ชัด: สภาพสนามดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เมื่อธรรมชาติเป็นใจและอุณหภูมิเริ่มสูงขึ้น หญ้าเบอร์มิวดาก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เฟอร์กูสันเปิดเผยว่า จากการประเมินตลอดทัวร์นาเมนต์ เมตไลฟ์ สเตเดียม รั้งอันดับ 4 สนามที่มีสภาพพิตช์ดีที่สุด จากทั้งหมด 16 สนาม

นอกจากนี้ เพื่อให้สนามอยู่ในสภาพ 100% ฟีฟ่าได้จัดตารางให้สนามแห่งนี้ “ได้พักยาวถึง 2 สัปดาห์เต็ม” โดยไม่มีการแข่งขันใดๆ มาตั้งแต่เกมรอบ 16 ทีมสุดท้ายระหว่าง บราซิล พบ นอร์เวย์ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ทีมงานได้บำรุงรักษาขั้นสุดท้าย

ดราม่าสะเทือนวงการ NFL

ความทุ่มเทของฟีฟ่าในการปูหญ้าจริง กลับไปจุดชนวนดราม่าในวงการอเมริกันฟุตบอล (NFL) เพราะสโมสรเจ้าของสนามอย่าง นิวยอร์ก ไจแอนต์ส และ นิวยอร์ก เจ็ตส์ ปกติจะให้นักกีฬาเล่นบน “หญ้าเทียม”

สหภาพผู้เล่น NFL (NFLPA) ได้ออกมาวิจารณ์เจ้าของทีมอย่างดุเดือดว่า “เจ้าของทีมยอมลงทุนปูหญ้าจริงคุณภาพสูงให้นักฟุตบอลเล่น แต่กลับปฏิเสธที่จะทำแบบเดียวกันให้นักกีฬา NFL ทั้งที่เทคโนโลยีและทรัพยากรก็มีพร้อม”

นับถอยหลังสู่นัดชิงชนะเลิศ

ทีมงานของฟีฟ่าจะทำการตัดหญ้าครั้งสุดท้ายในเช้าวันอาทิตย์ ก่อนที่เกมนัดชิงชนะเลิศจะคิกออฟในเวลา 15:00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น)

“เราอาจจะไม่ได้สมบูรณ์แบบไปเสียทุกอย่าง แต่ผมกล้าพูดว่าตอนนี้สนามอยู่ในจุด 95% ของสิ่งที่เราตั้งเป้าไว้แล้ว การจัดการแข่งขันในพื้นที่ที่ใหญ่และสภาพอากาศหลากหลายขนาดนี้ ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าพอใจมาก” เฟอร์กูสัน กล่าวทิ้งท้าย

แฟนลูกหนังเตรียมตัวให้พร้อม เพราะเวทีระดับโลกแห่งนี้ พร้อมแล้วที่จะเป็นสังเวียนตัดสินว่า สเปน หรือ อาร์เจนตินา ใครจะได้เป็นเจ้าแห่งโลกฟุตบอลในปี 2026