วิจารณ์ยับ! ‘อาร์เจนตินา’ โชว์พฤติกรรมถ่อย ทิ้งบอมบ์หลังแพ้สเปนนัดชิงบอลโลก 2026

‘รอยด่างพร้อยของอดีตแชมป์โลก’: อาร์เจนตินา ถูกสับเละ พฤติกรรมถ่อย-ไร้น้ำใจนักกีฬา นัดชิงบอลโลก 2026BK8

ในขณะที่ฮีโร่แชมป์โลกชุดใหม่แห่งทีมชาติสเปนกำลังยืนรวมตัวกันบนโพเดียมเพื่อรับการเชิดชูเกียรติ ภาพตัดไปที่ฝั่งของ อาร์เจนตินา แชมป์เก่าที่เพิ่งปราชัย… พวกเขากลับยืนหันหลังให้กับการเฉลิมฉลองนั้นอย่างเย็นชา

นั่นคือภาพสะท้อนที่ชัดเจนที่สุดของฟอร์มการเล่นที่เต็มไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว ก้าวร้าว และไร้เสน่ห์ของทัพฟ้า-ขาวตลอด 120 นาที ซึ่งนำไปสู่การเหลือ 10 คนในช่วงต่อเวลาพิเศษ และลงเอยด้วยการวางมวยกับคู่แข่งหลังสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลา

ในความร้อนระอุของการแข่งขัน การกระทบกระทั่งย่อมเกิดขึ้นได้ แต่การทำพฤติกรรมเมินเฉยต่อพิธีมอบถ้วยแชมป์ ถือเป็นการแสดงความไม่เคารพอย่างรุนแรงต่อผู้ชนะในทัวร์นาเมนต์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

เมื่อ ‘หัวใจ’ กลายเป็น ‘ความป่าเถื่อน’

ก่อนเกม หลายคนมองว่า สเปน จะเล่นด้วย “สมอง” (ระบบทีมที่เป็นระเบียบ) และ อาร์เจนตินา จะเล่นด้วย “หัวใจ” (อารมณ์และแพสชั่น) แต่อาร์เจนตินากลับเลือกใช้วิธีที่สกปรกกว่านั้นเพื่อทำลายจังหวะของคู่แข่ง เหมือนที่พวกเขาเคยทำกับอังกฤษในรอบรองชนะเลิศ

โชคดีที่ สเปน มีความฉลาดพอที่จะไม่เต้นตามจังหวะยั่วยุ พวกเขาใช้การครองบอลที่เนียนตาเปรียบเสมือน “ยาสลบ” เพื่อระงับความเกรี้ยวกราดของแข้งอาร์เจนไตน์ และพิสูจน์ว่าสเปนชนะเกมนี้ด้วยการเล่นฟุตบอลที่เหนือกว่าอย่างแท้จริง

ทว่า อาร์เจนตินา กลับใช้ประโยชน์จากความใจดีของผู้ตัดสิน เลอันโดร ปาเรเดส โชว์พฤติกรรมตัวร้ายด้วยการผลัก ดานี่ โอลโม่ ล้มลงและโวยวายใส่กรรมการทุกครั้งที่โดนเป่าฟาวล์ นิโกลัส ตาญาฟิโก้ ไล่เตะ ลามีน ยามาล อย่างน่าเกลียดแต่รอดตัวจากใบสั่ง ในขณะที่แม้แต่เทพเจ้าอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ก็กลายเป็นเพียงผู้เล่นที่เงียบเชียบในเกมนี้

จนกระทั่งจุดแตกหักมาถึง เมื่อ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ โดนใบเหลืองที่สองไล่ออกจากสนามในช่วงทดเจ็บครึ่งหลัง จากการเข้าสกัด เปา คูบาร์ซี่ อย่างโง่เขลา นั่นคือจุดเริ่มต้นของความสิ้นหวัง

ฉากหลังเกมที่ไร้คลาส

หลังจากเสียงนกหวีดจบเกมดังขึ้น แทนที่จะยอมรับความพ่ายแพ้อย่างสง่างาม นักเตะอาร์เจนตินาบางคนกลับแสดงพฤติกรรมที่น่าละอาย:

  • นาอูเอล โมลิน่า พยายามใช้ศอกใส่ โรดรี้ จนเกิดการโต้เถียงกันรุนแรง
  • เลอันโดร ปาเรเดส พุ่งเข้ามาบีบคอ เอริค การ์เซีย ของสเปนที่เข้ามาห้ามทัพ แล้วผลักจนล้มลง
  • นิโกลัส โอตาเมนดี้ ตะโกนด่าทอ โรดรี้ และ อายเมริค ลาปอร์กต์ อย่างหยาบคาย

แม้ ลิโอเนล สกาโลนี่ กุนซืออาร์เจนตินา จะพยายามให้สัมภาษณ์ว่า “เราแสดงให้เห็นแล้วว่าเรารู้จักวิธีพ่ายแพ้” แต่นักวิจารณ์และแฟนบอลทั่วโลกไม่ได้มองแบบนั้น

โทมัส ฮิตเซิลสแปร์เกอร์ อดีตกองกลางทีมชาติเยอรมนี โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ (X) อย่างเผ็ดร้อนว่า:

“ปาเรเดส, เฟร์นานเดซ, โอตาเมนดี้ และคนอื่นๆ คือนักกีฬาที่น่ารังเกียจ… เมสซี่อาจเป็นอัจฉริยะ แต่เพื่อนร่วมทีมส่วนใหญ่ของเขาคือนักเลงที่ไม่มีสัมผัสถึงความสวยงามของเกมฟุตบอลเลย – บีบาสเปน!”

รอยด่างพร้อยของทีมแห่งแพสชั่น

เราต้องยอมรับว่า ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันและแพสชั่นที่รุนแรง คือจุดแข็งที่ทำให้อาร์เจนตินาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มามากมายตลอดหลายปีหลัง แฟนบอลของพวกเขาคือสีสันที่สวยงามที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้

แต่อาร์เจนตินาไม่ได้มาที่นี่เพื่อผูกมิตร พวกเขามาเพื่อชนะ… และเมื่อความพ่ายแพ้มาเยือน พวกเขากลับปล่อยให้ความก้าวร้าวทำลายภาพลักษณ์ของตัวเอง

ก่อนพิธีมอบถ้วย สเปนได้ตั้งแถวเกียรติยศ (Guard of honour) ให้กับอาร์เจนตินา แต่เมื่อถึงคิวที่สเปนจะได้เฉลิมฉลอง อาร์เจนตินากลับหันหลังให้ และแฟนบอลฟ้า-ขาวก็โห่กลบเสียงขณะที่ โรดรี้ ขึ้นรับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยม (Golden Ball)

การกระทำเหล่านั้น… ได้ลดทอนความยิ่งใหญ่และคุณค่าของพวกเขาลงไปอย่างน่าเสียดายในสายตาของคนทั้งโลก