‘โรนัลโด้’ เดือด! ตอกกลับนักวิจารณ์ “พวกคุณพยายามฆ่าผมมา 23 ปี” ก่อนเกมชี้ชะตา โปรตุเกส ดวล สเปน

‘พวกคุณพยายามฆ่าผมมา 23 ปี’: หยาดเหงื่อ ศรัทธา และคำถามชี้ชะตา ‘โรนัลโด้’ ควรเป็นตัวจริงดวลสเปนหรือไม่?BK8

“ผมไม่ใช่นักเตะคนเดิมอีกต่อไปแล้ว”

คำสารภาพที่ตรงไปตรงมาจากปากของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกสวัย 41 ปี สะท้อนให้เห็นถึงสัจธรรมของกาลเวลาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ท่ามกลางศึกฟุตบอลโลก 2026 ที่เขาประกาศชัดเจนแล้วว่านี่คือ “การเต้นรำครั้งสุดท้าย” (The Last Dance) บนเวทีระดับโลกของเขา

ก่อนเกมนัดสำคัญในรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่จะต้องโคจรมาพบกับเพื่อนบ้านอย่าง ทีมชาติสเปน โรนัลโด้ต้องเผชิญกับคลื่นพายุแห่งเสียงวิจารณ์ แม้เขาจะทำไปแล้ว 3 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ แต่ฟอร์มการเล่นโดยรวมกลับทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงบทบาทของเขาในทีมชุดปัจจุบัน

เสียงวิจารณ์ และหัวใจที่ไม่ยอมจำนน

ในการแถลงข่าวก่อนเกม โรนัลโด้เลือกที่จะเผชิญหน้ากับคำวิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ด้วยสายตาที่มุ่งมั่นและน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ผมว่าผมก็ไม่ได้ทำผลงานแย่เท่าไหร่นะ” โรนัลโด้กล่าว “พวกคุณพยายามจะฆ่าผมมาตลอด 23 ปี แต่คุณก็น่าจะเห็นแล้วว่ามันไม่คุ้มค่าเลย มันเสียเวลาเปล่า แต่พวกคุณก็ยังพยายาม พยายาม แล้วก็พยายามอยู่นั่นแหละ”

“อย่างที่ผมเคยบอกไป ผมจะหยุดก็ต่อเมื่อผมเป็นคนเลือกเอง ไม่ใช่เมื่อพวกคุณเป็นคนเลือก… ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะจากไปพร้อมกับความรู้สึกที่บริสุทธิ์ใจ ไม่ใช่แค่ 100% แต่คือ 1,000% เพราะในชีวิตและในโลกของฟุตบอล ผมได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว”

โรนัลโด้ยังกล่าวทิ้งท้ายอย่างลึกซึ้งว่า เขาขอบคุณสำหรับทุกการโจมตีที่เข้ามาหลังจากเขาอายุแตะหลัก 40 ปี เพราะคำวิจารณ์เหล่านั้นคือสิ่งที่ทำให้เขายังคงเติบโต

ทางแยกของกัปตัน: ตัวจริง หรือ ตัวสำรอง?

ในเกมรอบ 32 ทีมสุดท้ายที่พบกับ โครเอเชีย โปรตุเกสตกเป็นฝ่ายตามหลัง ก่อนที่โรนัลโด้จะมายิงจุดโทษตีเสมอ (ซึ่งเป็นประตูแรกของเขาในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก) แต่จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ตัดสินใจถอดโรนัลโด้ออก แม้กัปตันทีมจะมีสีหน้าไม่พอใจ แต่การตัดสินใจนั้นนำมาซึ่งชัยชนะ เมื่อ กอนซาโล่ รามอส ตัวสำรองที่ลงมาแทน กลายเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยพาทีมเข้ารอบแบบสุดดราม่า

สิ่งนี้ก่อให้เกิดการตั้งคำถามตัวโตๆ ว่า ในเกมกับสเปนที่เท็กซัส… โปรตุเกสควรดร็อปโรนัลโด้เป็นตัวสำรองหรือไม่?

อันโตนิโอ ซิโมเอส ตำนานนักเตะโปรตุเกสชุดคว้าอันดับ 3 ฟุตบอลโลกปี 1966 วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนว่า “เขาไม่ได้เล่นเพื่อชัยชนะ เขาเล่นเพื่อจะได้เป็นตัวเอก… ผมไม่ได้มีอคติอะไรกับเขา แต่เราหนีความจริงไม่พ้น”

ตัวเลขที่โหดร้าย กับ ศรัทธาที่อยู่เหนือสถิติ

หากมองในมุมของสถิติ ฟุตบอลโลกครั้งนี้อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากของเขา…

  • เขามีโอกาสยิงถึง 15 ครั้ง (เกือบสองเท่าของเพื่อนร่วมทีมทุกคน) แต่ ยังไม่สามารถสร้างโอกาส (Create a chance) ให้เพื่อนได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว
  • ใน 3 จาก 4 นัดที่ผ่านมา เขาสัมผัสบอลน้อยกว่า 25 ครั้ง ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยที่ต่ำที่สุดในชีวิตการเล่นฟุตบอลโลก
  • การวิ่งสอดทะลุแนวรับ (Runs in behind) ของเขาลดลงเหลือเพียง 4.4 ครั้งต่อเกม

แต่ในโลกของฟุตบอล… สถิติไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง สำหรับชาวโปรตุเกส คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือชายผู้กอบกู้ความฝันของคนทั้งชาติ เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และเป็นมากกว่านักกีฬา

“เขามีความหมายกับโปรตุเกสมากกว่านักการเมืองคนไหนๆ เสียอีก” ลูซิเลีย แฟนบอลชาวโปรตุเกสกล่าวด้วยแววตาเปี่ยมศรัทธา “ผู้คนทั่วโลกพูดถึงโปรตุเกสก็เพราะเขา เขาไม่เคยลืมรากเหง้าของตัวเอง ฉันรักเขา”

ในขณะที่ ไดอาน่า แฟนบอลอีกคนกล่าวทิ้งท้ายถึงวันที่โรนัลโด้จะต้องแขวนสตั๊ดว่า “ทั้งโลกคงจะเศร้า เพราะไม่ว่าคุณจะเชียร์ทีมไหน โรนัลโด้คือนักเตะที่เป็นแบบอย่าง… ฉันอยากบอกเขาว่า ทำได้ดีมากคริสเตียโน่ จงสนุกกับการพักผ่อนเถอะ คุณคู่ควรกับมันหลังจากที่สร้างความสุขให้คนทั้งโลกมาอย่างยาวนาน”

เกมกับ สเปน คืนนี้ อาจเป็นบทสุดท้ายในหนังสือเล่มหนาที่ชื่อว่า “ฟุตบอลโลก” ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไม่ว่าเขาจะเดินลงสนามในฐานะ 11 ตัวจริง หรือรอคอยโอกาสอยู่ข้างสนาม… โลกทั้งใบก็จะเฝ้าจับตาดูทุกย่างก้าวของชายผู้มอบทั้งชีวิตให้กับผืนหญ้าสีเขียวนี้ ด้วยความเคารพอย่างสูงสุด